แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ตำรับ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ตำรับ แสดงบทความทั้งหมด

แจกสูตร!! ซาลาเปาไส้หมูแดง ทำกินเองก็ได้ ทำขายก็ดี

แจกสูตร!! ซาลาเปาไส้หมูแดง ทำกินเองก็ได้ ทำขายก็ดี


ซาลาเปาไส้หมูแดง แค่ได้ยินชื่อก็หิวขึ้นมาแล้ว หลายคนคงคิดว่าหาซื้อตามร้านสะดวกซื้อ แล้วนำมาเข้าไมโคเวฟอุ่นก็ทานได้แล้ว แต่ทราบหรือไม่ว่า เราสามารถทำซาลาเปาไส้หมูแดงเองได้ที่บ้าน โดยวันนี้เรามีวัตถุดิบที่ใช้ทำซาลาเปาไส้หมูแดง พร้อมขั้นตอนการทำมาบอก

ส่วนผสมที่ใช้ทำซาลาเปาไส้หมูแดง

– หมูเนื้อแดงติดมัน

– ผงพะโล้

– ซีอิ๊วขาว

– ซีอิ๊วดำ

– น้ำตาลทรายขาว

– น้ำมันงา

– น้ำมันหอย

– รากผักชีดำ

– น้ำเปล่า

– แป้งขาวโพด

– น้ำมันพืช

– พริกไทยป่น

– สีผสมอาหารสีส้ม



ขั้นตอนการทำ

– หั่นหมูให้เป็นลูกเต่าเล็กๆ และนำส่วนผสมทั้งหมดใส่ลงไปในหมู ยกเว้น น้ำเปล่า แป้งข้าวโพด และน้ำมันพืช

– คลุกเคล้าให้เข้ากัน นำใส่พาชนะนำพลาสติกคลุมเอาไว้ก่อนใส่ตู้เย็นแช่ไว้ 30 นาที

– ตั้งกระทะตั้งให้ร้อน ใส่น้ำมันพืช แล้วนำหมูที่หมักไว้ออกมา ผัดพอสุก

– ใช้ไฟปานกลาง เติมน้ำเปล่า แล้วเคี่ยวไปเรื่อยๆ จนน้ำเริ่มงวด แต่ไม่ถึงกับแห้ง ลองชิมรสชาติ ปรับตามชอบ

– ละลายแป้งข้าวโพดกับน้ำเปล่า แล้วใส่ลงไปในกระทะที่หมูเริ่มงวด ใส่แค่เหนียวก็พอ นำขึ้นพักไว้

มาถึงขั้นตอนการทำแป้ง

– แป้งเค้ก

– ยีสต์แห้ง

– น้ำตาลทราย

– น้ำเปล่า

ขั้นตอนการทำ

– ร่อนแป้ง ใส่ยีสต์แห้งลงไป คนให้เข้ากัน

– ทำหลุมตรงกลาง เทน้ำเปล่าที่ผสมกับน้ำตาลแล้วเทลงไปในหลุม

– นวดให้เข้ากัน ใช้พลาสติกแรปคลุมไว้ หมักไว้ 1 ชั่วโมง

ส่วนผสมแป้ง dough

– แป้งเค้ก

– ผงฟู

– น้ำเปล่า

– น้ำตาลทราย

– เกลือ

– เนยจืด



วิธีทำ 

– ร่อนแป้ง ผงฟู เกลือ3 ครั้ง ใส่น้ำตาลทรายลงไปผสม

– ทำหลุมตรงกลางใส่น้ำเปล่าลงไป จากนั้นนำแป้งทีหมักเตรียมไว้ใส่ลงมา

– ผสมทั้ง 2 อย่างให้เข้ากันใส่เนยจืดลงไป

– นวดให้เข้ากัน 15นาที

– ตัดแป้งเป็นชิ้น แบ่งแป้งให้เป็นชิ้นกลมๆ ประมาณลูกละ 30 กรัม

– แผ่แป้งให้เป็นแผ่น นำไส้หมูแดงที่เตรียมไว้มาใส่ลงไป

– จับจีบให้ถนัด วางลงในกระดาษไข

– พักแป้งเอาไว้รอให้มันพองตัว  แล้วนำไปนึ่งในซึ้ง ประมาณ 12 นาที ห้ามเปิดฝาระหว่างนึ่ง เป็นอันเสร็จ

สามารถทำทานเองที่บ้านก็ได้ ทำขายก็ได้กำไร ไม่ยากและง่ายจนเกินไป แต่ไม่เกินความสามารถของทุกคนแน่นอน



ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!(Like)

อร่อยเวอร์! “ทูน่าคอร์นสลัด” เมนูสุดชิค! ที่ใครๆก็ทำได้

วัตถุดิบ

  • แครอท
  • ข้าวโพด
  • ถั่วลันเตา แบบแช่แข็ง
  • ทูน่ากระป๋อ
  • สับปะรด (สับเป็นชิ้นพอดีคำ)
  • น้ำสลัดสำเร็จรูป
  • มายองเนส
  • น้ำเชื่อม
  • น้ำมะนาว 



วิธีทำ 

เริ่มจากนำแครอท ข้าวโพด ถั่วลันเตา มาต้มให้สุก

นำน้ำสลัดสำเร็จรูป มายองเนส น้ำเชื่อม น้ำมะนาว ใส่ถ้วยแล้วคนให้เข้ากัน


จากนั้นนำแครอท ถั่วลันเตา สับปะรด ใส่ลงไปในถ้วยใบใหญ่ๆ เทน้ำสลัดลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน

พอเข้ากันแล้วใส่ทูน่าตามหลัง คนอีกครั้งเบาๆ
เพียงเท่านี้เป็นอันเสร็จ สามารถเก็บไว้รับประทานได้ประมาณ 3 วัน (แต่ต้องแช่ไว้ในตู้เย็น)

                                         


เคล็บลับ&เทคนิค

พยายามอย่าใช้ถั่วลันเตาแบบกระป๋องนะคะ เพราะจะทำให้ความอร่อยลดลง
ในเรื่องของน้ำสลัด แนะนำให้ใส่ส่วนผสมไปทีละนิด ชิมรสชาติไปเรื่อยๆว่าชอบแบบไหน อย่าเทโครมลงไปในคราวเดียวนะจ้ะ

เมื่อได้ทูน่าคอร์นสลัดแล้ว แนะนำให้แช่เย็นไว้ก่อนนำมารับประทาน เพื่อเพิ่มความอร่อยให้กับอาหารเมนูนี้ของเรา

 ..................................
ขอบคุณข้อมูลจาก : คุณ "13 Destinations" สมาชิกพันทิป



ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!(Like)

เคล็ดลับนึ่งปลาให้อร่อย ไม่เหม็นคาว ใช้ได้กับปลาทุกชนิด

ปลา เป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโปรตีนสูง เป็นโปรตีนที่ย่อยง่าย และเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของทารก เด็ก ผู้สูงอายุ รวมถึงผู้ป่วยที่ระบบการย่อยอาหารทำงานได้ไม่เต็มที่ ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะเนื้อปลามีเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่น้อยกว่าเนื้อสัตว์ชนิดอื่นๆ เมื่อเนื้อปลาสุกมันจะแยกออกเป็นชิ้นๆตามมัดของกล้ามเนื้อเกี่ยวพัน ทำให้เนื้อปลานุ่ม และไม่เหนียวเหมือนเนื้อสัตว์อื่นๆ


ซึ่งวิธีการรับประทานเนื้อปลาให้มีประโยชน์ต่อร่างกายมากที่สุด ก็คือ “การนึ่ง” เพราะคุณจะได้สารอาหารจากเนื้อปลาล้วนๆ ไม่มีน้ำมัน หรือสารอื่นๆที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ทั้งนี้ทั้งนั้น บางคนก็ไม่ชอบรับประทานปลานึ่งด้วยเหตุผลเพราะไม่ชอบที่มัน “เหม็นคาว” และเลือกที่จะหันไปรับประทานปลาทอดที่กรอบอร่อยมากกว่า



แต่วันนี้เราอยากจะเชิญชวนให้คุณหันมาทานปลานึ่งกันให้มากขึ้น เพราะเรามีสูตรการนึ่งปลาไม่ให้เหม็นคาวมาฝาก วิธีการเป็นอย่างไรตามมาดูกันได้เลย

เคล็ดลับการนึ่งปลาไม่ให้คาว
1. เลือกของสด
ปลาที่จะนำมานึ่งควรจะต้องเป็นเนื้อปลาที่สดใหม่ และผ่านการล้างทำความสะอาดอย่างดี โดยวิธีดูว่าเนื้อปลาสดหรือไม่ให้ดูที่


– ตาปลา เปิดโตเต็มที่ ใส ไม่ลึกโบ๋หรือขุ่นเป็นสีเทา
– เกล็ด สีสดใสเป็นมันเงา แบนราบเสมอกัน ไม่แห้งหรือหลุดลอก
– หนัง ควรจะมีเมือกปลาคลุมอยู่ทั่วทั้งตัว และชุ่มชื้นอยู่ตลอดเวลา
– เหงือก ต้องมีสีแดงสด ไม่เขียวคล้ำ ครีบปิดสนิท
– เนื้อปลาไม่แข็งทื่อ เมื่อกดจะยืดหยุ่น มีสปริงเด้งกลับ ไม่บุ๋มตามรอยนิ้วมือ

2. ทาเนื้อปลาด้วยน้ำมะนาวและเกลือก่อนนึ่ง
การทาเนื้อปลาด้วยน้ำมะนาวและเกลือก่อนนำไปนึ่ง จะช่วยกำจัดกลิ่นคาวปลาได้เป็นอย่างดี หรือหากไม่สะดวกใช้น้ำมะนาว จะใช้เป็นน้ำส้มสายชูแทนก็ได้ นอกจากนี้ น้ำมะนาวหรือน้ำส้มสายชูที่ผสมรวมกับเกลือ จะช่วยรัดให้เนื้อปลาคงรูป ไม่แตก ไม่เละง่ายๆ ซึ่งมีผลให้เนื้อปลานึ่งน่ารับประทานมากยิ่งขึ้นด้วย


3. ต้องแน่ใจว่าน้ำเดือดจัด
ก่อนจะใส่ปลาลงไปนึ่ง จำเป็นต้องต้มน้ำให้เดือดจัดๆเสียก่อน และขณะนึ่งก็ต้องใช้ไฟแรงให้น้ำเดือดจัดเช่นกัน  เนื่องจากการใช้ไอน้ำที่ร้อนจากน้ำเดือดจะช่วยกำจัดกลิ่นคาวไม่ให้หลงเหลือในเนื้อปลาได้ และในระหว่างนึ่งก็ควรเปิดฝาหม้อให้ไอน้ำออกบ่อยๆ เพราะไอน้ำจะพากลิ่นคาวของปลาออกไปได้



4. ใช้สมุนไพรช่วย
สมุนไพรไทยบางชนิดสามารถช่วยดับกลิ่นคาวของปลาได้ โดยสมุนไพรที่แนะนำ ก็คือ ตะไคร้และหอมแดง ลองใส่สองสิ่งนี้ลงไปขณะนึ่งปลา สมุนไพรจะช่วยดับกลิ่นคาวปลาได้เป็นอย่างดี


หลังจากที่ทราบวิธีการนึ่งปลาไม่ให้คาวกันไปแล้วขอแถมเมนูอร่อยๆ อย่างเมนู “ปลากระพงนึ่งซีอิ้ว” กันสักหน่อย วิธีทำก็ไม่ยากดังต่อไปนี้ค่ะ

ส่วนประกอบ
1. ปลากระพง 1 ตัว
2. ซีอิ้วขาว 3 ช้อนโต๊ะ
3. น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
4. น้ำมันงา 1 ช้อนโต๊ะ
5. เหล้าจีน 1 ช้อนโต๊ะ
6. ขิงซอย 100 กรัม
7. ต้นหอมหั่นท่อน 3 ต้น
8. พริกชี้ฟ้าแดงหั่นแฉลบ 1 เม็ด



วิธีทำปลากระพงนึ่งซีอิ้ว
1. นำปลามาล้างทำความสะอาด ขอดเกล็ดควักไส้ออกให้เรียบร้อย แล้วบั้งปลาทั้ง 2 ด้าน ใส่จานหรือถาดสำหรับนึ่งพักไว้ก่อน
2. ผสมซีอิ้วขาว, น้ำตาลทราย, น้ำมันงา, เหล้าจีน  ให้เข้ากัน
3. นำส่วนผสมที่ได้ราดไปบนตัวปลา
4. เตรียมขิงซอย, ต้นหอมหั่นท่อน, พริกชี้ฟ้าแดงหั่นแฉลบ โรยบนตัวปลาอีกที
5. ตั้งไฟให้เดือดจัดก่อน   จากนั้นจึงใส่ปลาลงไปในหม้อนึ่ง อย่าลืมใส่ตะไคร้ทุบและหอมแดงลงไปด้วย
6. นึ่งปลาโดยใช้ไฟแรงประมาณ 30 นาทีจนปลาสุก


นอกจากปลากระพง สามารถใช้ปลาอื่นๆ แทนก็ได้ ไม่ว่าจะเป็น ปลาเก๋า ปลาทับทิม หรือปลาอะไรก็ได้ทั้งนั้น ถ้าๆได้สูตรนี้ไปล้ว รับรองว่าอร่อยเด็ด ไม่เหม็นคาวแน่ๆ

................................................
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก paicooker.blogspot.com และ urnurse.net



ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!(Like)

แจกสูตรไส้อ่อนย่าง + น้ำจิ้มแจ่ว รสเด็ด ไม่เหนียว เคี้ยวง่าย อร่อยมาก

แจกสูตรไส้อ่อนย่าง + น้ำจิ้มแจ่ว รสเด็ด ไม่เหนียว เคี้ยวง่าย อร่อยมาก


สิ่งที่ต้องเตรียม

1. ไส้อ่อน 350 กรัม

2. รากผักชี 2-3 ราก

3. กระเทียม กลีบเล็ก 1 หัว

4. พริกไทยป่น ½ ช้อนชา

5. ซอสหอยนางรม 2 ½ ช้อนชา

6. ซอสปรุงรส ฝาเขียว 2 ½ ช้อนชา

7. ซีอิ๊วขาว 2 ½ ช้อนชา

8. น้ำตาลทราย ½ ช้อนชา

9. เกลือป่น 1 ช้อนชา

10. ตะไคร้ 1 ต้น หั่นแล้ว บุบให้แตก

11. ใบมะกรูด 2-3 ใบ

12. น้ำเปล่า



วิธีการทำ

1. นำรากผักชี กระเทียม พริกไทยป่น มาโขลกให้ละเอียด เตรียมไว้ก่อน

2. จากนั้นนำไส้อ่อนมาล้างทำความสะอาด โดยขยำไส้อ่อนกับเกลือ แล้วนำไปล้างให้สะอาด 2-3 ครั้ง เสร็จแล้วพักไว้

3. ต้มน้ำเปล่า โดยใส่ตะไคร้ ใบมะกรูดและเกลือลงไปเพื่อดับคาว

4. ทำการต้มน้ำให้เดือดพล่านแล้วนำไส้อ่อนที่เราล้างเตรียมไว้ลงไปต้ม ต้มประมาณ 45 นาที

5. เมื่อไส้อ่อนที่ต้มนิ่มแล้วให้ตักขึ้นมาหั่นเป็นช่อๆ ใส่ชามผสมไว้

6. จากนั้นนำเอารากผักชี กระเทียม พริกไทยป่น ที่เราโขลกไว้ ลงไป ตามด้วยเครื่องปรุงซอสหอยนางรม ซอสปรุงรสฝาเขียว ซีอิ๊วขาว และน้ำตาลทรายลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน

7. ทำการหมักทิ้งไว้ 10-15 นาที

8. จากนั้นนำไส้อ่อน ที่ผ่านการหมักไว้มาย่างให้สุก คอยพลิกกลับด้านเรื่อยๆ ย่างให้ไส้อ่อนเกรียมนิดๆ แล้วหั่นไส้อ่อน เป็นชิ้นๆให้มีขนาดพอดีคำ



9. เพียงเท่านี้ก็พร้อมเสิร์ฟ แต่เดี๋ยวก่อนมีไส้อ่อนย่างแล้วจะขาดน้ำจิ้มแจ่วไปได้อย่างไร ตามมาดูในขั้นตอนต่อไป

สิ่งที่ต้องเตรียม(สำหรับน้ำจิ้มแจ่ว)

1. น้ำมะขามเปียก 3 ช้อนโต๊ะ

2. น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ

3. น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา

4. พริกป่น 2 ช้อนชา

5. ข้าวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ

6. หอมแดงซอย 2-3 หัว

7. ต้อนหอมซอย 1 ต้น

8. ผักชีฝรั่งซอย 1 ต้น



วิธีทำการทำ

1. นำน้ำมะขามเปียก น้ำปลา น้ำตาลทราย ผสมเข้าด้วยกัน

2. จากนั้นคนให้น้ำตาลทรายละลายจนหมด

3. ทำการใส่พริกป่น ข้าวคั่ว หอมแดงซอย ต้นหอมซอยและผักชีฝรั่งซอย ลงไปคนให้เข้ากัน

4. เพียงเท่านี้ก็เสร็จเรียบร้อย พร้อมเสิร์ฟคู่กับไส้อ่อนย่างร้อนๆแล้ว

หลังจากที่ได้อ่านกันแล้ว ก็ได้ทราบถึงสูตรเด็ดวิธีการทำไส้อ่อนย่าง + น้ำจิ้มแจ่ว รสเด็ดกันไปแล้ว ตอนนี้หลายๆคนคงน้ำลายไหลกันไปเป็นที่เรียบร้อย แล้วจะรออะไรอยู่จัดเตรียมวัตถุดิบและทำตามวิธีการทำด้านบนที่สุดแสนจะทำง่ายกันได้เลย รับรองเหนียวนุ่ม กลมกล่อม พอดีคำ



ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!(Like)

แจกสูตร..วิธีทำ “ไข่ลูกเขย” ครบทุกขั้นตอน!!

สูตรเด็ดเคล็ดไม่ลับกับการทำไข่ลูกเขย


สิ่งที่ต้องเตรียม

1. ไข่ไก่หรือไข่เป็ด 6 ฟอง

2. น้ำมะขามเปียก 3/4 ถ้วยตวง

3. น้ำตาล 1/4 ถ้วยตวง

4. น้ำปลา 1/4 ถ้วยตวง

5. น้ำมัน 1/4 ถ้วยตวง

6. หอมแดงซอยบางๆ 10-15 ลูก

7. ผักชี (สำหรับแต่งหน้าอาหาร)



วิธีการทำ
1. นำไข่ไก่หรือไข่เป็ดมาทำการต้ม จากนั้นให้แกะเปลือกไข่ออกและพักทิ้งไว้

2. ใส่น้ำมันในกระทะ ตั้้งไฟร้อนปานกลาง นำไข่ที่ต้มแล้วลงไปทอดจนผิวเริ่มกรอบและเป็นสีเหลือง เสร็จแล้วนำไข่มาพักทิ้งไว้

3. นำน้ำมันที่เหลือในกระทะ นำไปตั้งไฟ

4. ใส่หอมแดงลงไปทอดจนเหลืองกรอบ (ระวังไหม้) จากนั้นนำออกมาสะเด็ดน้ำมัน

5. นำน้ำมันส่วนที่เหลือจากการทอดไข่และเจียวหอมแดง นำไปตั้งไฟ

6. ใส่น้ำตาล, น้ำมะขามและน้ำปลา ปรุงรสจนได้รสชาติที่เราต้องการ (รสชาติดั้งเดิมจะมีรสหวานและเปรี้ยวพอๆกัน)

7. ทำการหั่นไข่ที่พักทิ้งไว้ในข้อ2 มาจัดเรียงไว้ในจาน

8. จากนั้นราดด้วยน้ำราดที่จัดทำไว้เรียบร้อยแล้ว โรยหน้าด้วยหอมเจียวและผักชี เท่านี้ก็พร้อมเสริฟ


หลังจากที่ได้อ่านกันแล้ว ไม่อยากใช่ไหมละกับการทำไข่ลูกเขยที่แสนอร่อย แถมวิธีการทำก็แสนง่าย แล้วเราจะรออะไรกันอยู่ จัดเตรียมวัตถุดิบและทำตาทวิธีการทำด้านบนกันได้เลย



ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!(Like)

สอนทำลอดช่อง..ละเอียดทุกขั้นตอน!!

สูตรเด็ดเคล็ดไม่ลับกับวิธีการทำลอดช่อง


สิ่งที่ต้องเตรียม
1. แป้งข้าวเจ้า 100 กรัม
2. แป้งเท้ายายม่อม 30 กรัม
3. แป้งซ่าหริ่ม 20 กรัม
4. น้ำปูนใส 450 กรัม
5. น้ำใบเตย 250 กรัม
6. น้ำแข็ง
7. น้ำกะทิ 250 กรัม
8. น้ำตาลปึก 150 กรัม
9. เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
10. เทียนอบ



วิธีการทำ
1. เริ่มจากการทำตัวลอดช่องโดยการนำแป้งข้าวเจ้า, แป้งเท้ายายม่อม, แป้งซ่าหริ่ม มาผสมเข้าด้วยกัน
2. หลังจากนั้นค่อยๆใส่น้ำปูนใสทีละน้อย ขณะเดียวกันก็นวดแป้งให้เข้ากันจนเนียนและเหนียว และค่อยๆใส่น้ำปูนใสจนหมด
3. จากนั้นจึงใส่น้ำ ใบเตย แล้วนำไปตั้งบนไฟร้อนปานกลาง
4. กวนจนแป้งเหนียวและข้นจึงลดไฟลง
5. จากนั้นกวนต่อจนแป้งสุก (แป้งจะมี ลักษณะข้นเหนียว)จึงปิดไฟ
6. จัดเตรียมน้ำเย็นโดยนำน้ำแข็งไปละลายในน้ำจนน้ำเย็นจัด
7. จากนั้นนำส่วนผสมแป้งที่เตรียมไว้ในขั้นตอนที่หนึ่งไปใส่ลงในพิมพ์ลอดช่อง
8. คาอยๆกดให้เป็นเส้นหย่อนลงไปในน้ำเย็นที่เตรียมไว้
9. จากนั้นเริ่มทำน้ำกะทิโดยการนำเอาน้ำตาลปึกผสมกับน้ำกะทิและเกลือป่น
10. จากนั้นนำไปตั้งบนไฟอ่อนๆ ค่อยๆ คนจนน้ำตาลละลายดี จึงปิดไฟ
11. จากนั้นนำไปอบควันเทียนให้หอม
12. ทำการตักเส้นลอดช่องใส่ถ้วย ราดด้วยน้ำกะทิ และน้ำแข็งทุบ สามารถใส่เครื่องเพิ่มเติมได้ตามต้องการ เช่นเผือกนึ่ง, ข้าวเหนียวดำ, อื่น พร้อมเสริฟได้ทันที


หลังจากที่ได้อ่านกันแล้ว คงไม่มีใครอดใจไหวกับขนมหวานอย่างลอดช่อง ยิ่งช่วงนี้เป็นหน้าร้อนคนยิ่งต้องการรับประทานขนมหวาน แล้วจะรออะไรอยู่จัดเตรียมวัตถุดิบและทำตามวิธีการด้านบนกันได้เลย



ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!(Like)

สูตรเด็ดเคล็ดไม่ลับกับคอหมูย่างสุดฟินแถมด้วยน้ำจิ้มแจ่วที่สุดแสนจะเข้ากัน

สูตรเด็ดเคล็ดไม่ลับกับคอหมูย่างสุดฟินแถมด้วยน้ำจิ้มแจ่วที่สุดแสนจะเข้ากัน

สิ่งที่ต้องเตรียม

1. .เนื้อสันคอ ชิ้นกลางๆ 1 ชิ้น หรือ 500 กรัม ( เลือกใช้เนื้อหมูส่วนสันคอหมูหรือหมูติดมัน,หมูสันนอก)

2. น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ

3. เกลือ 1 ½ ช้อนชา

4. น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ

5. น้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ

6. นมข้นจืด 1/4 ถ้วย

7. พริกไทยเม็ดโขลกละเอียด 1 ช้อนชา

8. กระเทียมสับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ

9. ผักชีสับละเอียด 1 ต้น

10. ซีอิ๊วขาว 3 ช้อนโต๊ะ


วิธีการทำ

1. จัดเตรียมเครื่องหมักคอหมู โดยการโขลก กระเทียม รากผักชี พริกไทยเม็ด เกลือ และน้ำตาลทรายให้เข้ากัน จากนั้นตักใส่ถ้วย

2. ทำการแล่หมูเป็นชิ้น หนาพอควร

3. จากนั้นใช้ส้อมจิ้มให้ทั่ว และใส่ส่วนผสมเครื่องหมักทั้งหมดคลุกเคล้าให้เข้ากัน หมักไว้ 2 ชั่วโมง หรือหมักค้างคืน

4. หลังจากนั่นนำเอา คอหมูหมัก ขึ้นย่างด้วยไฟอ่อนจนสุกเหลืองสวยได้กลิ่นหอมของเครื่องหมักแล้ว

5. เมื่อคอหมูย่างสุกแล้ว หั่นสไลซ์บางๆเป็นชิ้นพอดีคำ

6. จากนั้นจัดใส่จานรองด้วยผักกาดหอม หรือ ผักที่ไว้ใช้ตกแต่งจานและทำการโรยหน้าด้วยผักชี และจัดแตงกาย ผักเครื่องเคียงเพียงเท่านี้พร้อมเสิร์ฟ

แต่เดี๋ยวก่อนมีคอหมูย่างแล้ว จะไม่มีน้ำจิ้มแจ่วสูตรอร่อยทานคู่กัน มันก็คงดูแปลกๆใช่ไหมละ วันนี้เราจึงบอกสูตรการทำน้ำจิ้มแจ่วที่ไว้ทานคู่กับคอหมูย่าง มีวิธีการทำอย่างไรบ้าง ตามมาดูกัน



สิ่งที่ต้องเตรียม

1. น้ำมะขามเปียกต้มสุก 1/2 ช้อนโต๊ะ

2. น้ำปลา 1-2 ช้อนโต๊ะ

3. หอมแดงซอย 1 หัว

4. ต้นหอม ผักชีฝรั่งซอย 1 ช้อนชา

5. น้ำมะนาว 1/2 ช้อนชา

6. พริกป่น 1 ช้อนชา

7. ข้าวคั่ว 1-2 ช้อนชา

8. น้ำตาลปี๊บ 1/2 ช้อนชา

วิธีการทำ

1. นำน้ำตาลปิ๊บ น้ำปลา น้ำมะขามต้มสุก ผสมเข้าด้วยกัน

2. จากนั้นลองชิมดูให้ได้รสเค็ม เปรี้ยว หวาน (เผื่อรสเปรี้ยวไว้หน่อยเพราะจะต้องใส่น้ำมะนาวอีก)

3. ทำการใส่พริกป่น ข้าวคั่วคนให้เข้ากัน

4. ใส่หอมแดงซอย ต้นหอม ผักชีฝรั่งซอยคนให้เข้ากันเพียงเท่านี้ก็ได้น้ำจิ้มแจ่วไว้เสิร์ฟพร้อมกับคอหมูย่างสูตรอร่อย

หลังจากที่ได้อ่านกันแล้ว หลายคนคงเกินอาการท้องร้องกันเป็นแถว เพราะคอหมูย่างเป็นอาหารที่ใครๆหลายคนโปรดปราน แล้วจะรออะไรอยู่จัดเตรียมวัตถุดิบและทำตามวิธีการด้านบนได้เลย รับรองฟินกับรสชาติไปอีกนาน



ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!(Like)

สอนทำไข่เค็มไว้กินเอง ง่ายๆ ไม่ต้องไปซื้อเลย!

สูตรเด็ดวิธีการทำไข่เค็มสุดอร่อย


สิ่งที่ต้องเตรียม

1. ไข่เป็ดล้างสะอาด เช็ดให้แห้ง 30 ฟอง

2. เกลือเม็ด 2 ถ้วยตวง

3. น้ำสะอาด 8 ถ้วยตวง

4. เหล้าขาว

5. สารส้ม 1 ก้อน ขนาดเท่านิ้วหัวแม่โป้ง

6. ถ้วยที่ใช้ตวงเกลือ กับน้ำ ปริมาตรราวๆ 270 ml

7. โหลแห้ว หรือโหลกระเบื้อง หรือโหลพลาสติค

8. ถุงพลาสติคใบใหญ่

9. ทัพพีโปร่ง

10. หม้อต้ม



วิธีการทำ

1. นำเกลือเม็ดกับน้ำเปล่ามาต้มรวมกันจนเกลือละลายหมด ก็ปิดไฟเตา

2. จากนั้นกรองน้ำเกลือด้วยผ้าขาวบางสักรอบนึงเผื่อว่ามีสิ่งสกปรกติดมาด้วย

3. ทำการพักไว้ให้น้ำเกลือเย็นสนิท

4. จากนั้นนำไข่เป็ดมาล้างทำความสะอาดโดยการนำน้ำใส่กาละมัง หยิบไข่เป็ดใส่ลงในน้ำและใช้ฟองน้ำถูเบาๆทีละฟองให้สะอาดจากนั้นล้างน้ำอีกรอบแล้วก็เช็ดให้แห้ง

5. พอแห้งนำไข่มาเรียงใส่ลงในโหลแห้ว หรือโหลกระเบื้อง หรือโหลพลาสติค

6. จากนั้นนำเหล้าขาวใส่ลงไป 1 ช้อนโต๊ะ ตามด้วยน้ำเกลือที่เย็นสนิทแล้ว (ข้อสังเกตุคุณจะเห็นว่าไข่ลอยขึ้นมาตุ๊บป่องๆบริเวณผิวน้ำ หากปล่อยไว้อย่างนี้ไข่จะเน่า ดังนั้นเราจึงต้องทำให้ไข่จมอยู่ใต้น้ำโดยการนำถุงพลาสติคใบใหญ่ๆมา1ใบ ใส่น้ำเปล่าลงไปพอประมาณ มัดปากถุงให้สนิทแบบเหี่ยว แล้ววางทับลงไปบนไข่ก็จะทำให้ไข่ดองเค็มของเราทั้งหมด จมลงไปอยู่ใต้ผิวน้ำ)

7. จากนั้นทำการปิดฝาให้สนิท(หากปิดฝาแล้วน้ำล้นออกมา ก็เทน้ำเกลือออกไปได้)

8. ทำการดองไว้ประมาณ 25 วัน

9. พอครบ 25 วัน ทำการเปิดฝาออก แล้วค่อย ๆ ใช้ทัพพีโปร่งตักไข่ออกมาใส่หม้อที่จะใช้ต้ม

10. ทำการหย่อนสารส้มใส่ลงไป 1 ก้อนเล็ก

11. เติมน้ำเปล่าลงไปพอท่วมไข่สัก 1 นิ้ว

12. นำหม้อตั้งเตาไฟใช้ไฟกลาง รอจนน้ำเดือดก็เริ่มจับเวลาโดยใช้เวลาต้มไข่เค็มประมาณ 15 นาที (ระหว่างต้มก็คนบ้างเป็นระยะ)

13. พอครบ 15 นาที ก็ตักไข่เค็มขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำและเย็นลง ก็เป็นอันพร้อมเสิร์ฟ

ปล.

1. สูตรนี้น้ำเกลือค่อนข้างอ่อน จึงใช้เวลาดองนานนิดนึง แต่ถ้าชอบเค็มจัด ดองไว้ ลดน้ำเหลือ 6-7 ถ้วย แล้วดองสัก 3 สัปดาห์ก็พอ

2. อายุการเก็บรักษาไข่เค็มถ้าอยู่ในอุณหภูมิห้องได้ประมาณ 20 วัน แต่ถ้าอยู่ในตู้เย็นก็ประมาณ 1 เดือน

หลังจากที่ได้อ่านกันแล้ว ใครอยากรับประทานไข่เค็มก็ลองทำตามสูตรด้านบนได้เลย รับรองอร่อยฟินจนต้องบอกต่อ จะทำไว้ทานเองในครอบครัวหรือทำเป็นอาชีพก็ยังได้



ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!(Like)

แจก..ผัดไทย 2 สูตรเด็ด แสนอร่อย!!

สูตรเด็ดเคล็ดไม่ลับ ผัดไทย 2 สูตร แสนอร่อย


สูตรที่1: ผัดไทยกุ้งสด

สิ่งที่ต้องเตรียม

1. หอมแดง 3 หัว
2. กระเทียม 1 หัว
3. น้ำตาลปี๊บ 3 ช้อนโต๊ะ
4. น้ำ 1/4 ถ้วย
5. น้ำมะขามเปียก 2 ช้อนโต๊ะ
6. น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
7. เส้นจันทร์ 500 กรัม
8. หัวไชโป๊วหวานหั่นเล็กๆ 1/4 ถ้วย
9. เต้าหู้เหลืองหั่นสี่เหลี่ยมเล็กๆ 1/4 ถ้วย
10. กุ้งสด
11. กุ้งแห้ง
12. กุยช่าย
13. ถั่วงอก
14. ไข่
15. น้ำมันพืช



วิธีการทำ
1. ตำหอมแดงและกระเทียมให้ละเอียด
2. ตั้งเตาไฟกลาง ใส่หอมแดงและกระเทียมลงไป เจียวจนเกือบเหลือง
3. จากนั้นใส่น้ำตาลปี๊บลงไป ค่อยๆใส่ ถ้าไม่หวานค่อยเพิ่ม เติมน้ำลงไป
4. ใส่น้ำมะขามเปียกลงไป ลองชิมดู แล้วปรุงตามชอบ ให้รสชาติออกหวานนำ และเปรี้ยวเค็มตาม ปรุงให้รสจัดหน่อย เพราะต้องนำมาผัดกับเส้น
5. ตั้งกระทะไฟปานกลาง นำกุ้งลงไปผัดจนสุกและตามด้วยเครื่องที่เหลือลงไปมีดังนี้ หัวไชโป๊ว เต้าหู้ และกุ้งแห้ง ผัดให้พอหอม
6. จากนั้นกะเส้นสำหรับ 1 ที่ ใส่ลงไป เติมน้ำเล็กน้อยลงไป ผัดให้เส้นนิ่ม
7. จากนั้นเติมน้ำปรุงผัดไทยที่เตรียมเอาไว้แล้ว ประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ (ผัดให้ไวๆเพื่อที่น้ำปรุงจะได้ทั่วๆ)
8. ตอกไข่ลงไป ยีๆไข่ให้กระจายตัว ใส่ถั่วงอกและกุ่ยช่ายหั่นลงไป ผัดต่อไวๆ ก็เป็นอันเสร็จ
9. แต่ถ้าต้องการทำเป็นผัดไทยห่อไข่ ก็ให้นำเส้นและเครื่องที่ผัดเสร็จแล้วไปพักก่อน แล้วมาเตรียมไข่สำหรับห่อ โดยใช้ไข่ 1 ฟองผสมน้ำ 2 ช้อนโต๊ะ ต่อผัดไทย 1 ที่โดยการ
9.1ตั้งกระทะ ใช้ไฟกลาง เทไข่ให้แผ่กระจายเป็นแผ่นให้สวยงาม
9.2จากนั้นใส่เส้นที่พักไว้ตรงกลาง ห่อให้สวยงาม แล้วจัดใส่จาน
เวลาเสิร์ฟ เสิร์ฟพร้อมมะนาว ถั่วลิสง ถั่วงอกดิบ และกุ่ยช่ายสด หรือ เพิ่มหัวปลีด้วยก็ได้

สูตรที่2: ผัดไทยเส้นบุก (เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการลดปริมาณแคลอรี่)

สิ่งที่ต้องเตรียม
1. น้ำมะขามเปียก 1 ช้อนโต๊ะ
2. น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
3. น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
4. น้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ
5. พริกป่นเล็กน้อย
6. เส้นบุกรสผสมสาหร่ายครึ่งถุง
7. เต้าหู้เเข็งเหลืองหั่นเต๋า 30 กรัม
8. ไข่ไก่
9. กุ้งเเห้ง 20 กรัม
10. อกไก่เลาะหนัง 60 กรัม
11. ไชโป้วหวานซอยเต๋าเล็ก 20 กรัม
12. กุยช่าย 40 กรัม
13. ถั่วงอก 100 กรัม
14. หอมเเดงซอยละเอียด1 หัวขนาดเล็ก

วิธีการทำ
1. ตั้งเตา ใส่น้ำมันมะกอก
2. นำอกไก่ลงไปผัด พร้อมกับ กุ้งเเห้ง เต้าหู้เเข็ง และหอมเเดง
3. พอไก่เริ่มสุก เติมส่วนผสมของเครื่องปรุงรส ได้เเก่ น้ำมะขามเปียก น้ำตาลปี๊บ และน้ำปลา ลงไป เติมน้ำเล็กน้อย จะได้ไม่ไหม้
4. จากนั้นนำเส้นบุกลงคลุก
5. พอน้ำเริ่มเเห้ง เอาผัดไทยไปไว้ด้านหนึ่งของกระทะ
6. จากนั้นตอกไข่ลงไป ยีพอให้เเตก
7. นำถั่วงอกเเละกุยช่ายลงไป ผัดให้เข้ากัน แล้วตักเสิร์ฟได้เลย


หลังจากที่ได้อ่านแล้ว ใครที่ชอบกินผัดไทยก็มีให้เลือกถึง 2 สูตรด้วยกัน ใครชอบแบบไหนก็เลือกทำตามสูตรนั้นได้เลย รับรองอร่อยแน่นอน จะทำไว้ทานหรือหรือทำเป็นอาชีพก็ได้



ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!(Like)

เห็นแล้วหิว! เคล็ดลับทอด “ปลาเค็ม” ให้อร่อย ไม่เค็มมาก เก็บได้นาน

ปลาเค็ม เป็นรูปแบบของการถนอมอาหารอย่างหนึ่งที่ทำให้เราสามารถเก็บเนื้อปลาไว้รับประทานได้นานๆ มีเพียงแค่ข้าวสวยหรือข้าวต้มหนึ่งจานกับปลาเค็มสักเล็กน้อย พร้อมกับใส่พริกและบีบมะนาวซะหน่อยก็อิ่มอร่อยได้ทั้งมื้อแล้ว ปลาเค็มมีหลากหลายรูปแบบ เช่น ปลาอินทรีเค็ม ปลากุเราเค็ม ปลาช่อนแห้ง ปลาสลิดแดดเดียว ปลากระเบนตากแห้ง เป็นต้น แล้วแต่ว่าใครจะมีวัตถุดิบตัวไหน หรือสะดวกทำกระบวนการไหนมากกว่ากัน

การถนอมอาหารในรูปแบบปลาเค็มมีหลากหลายวิธีเช่น ปลาแดดเดียว ปลาที่ตากแดดจนแห้งสนิท ปลาเค็มแช่ในน้ำมันเป็นต้น ซึ่งก็แล้วแต่ประเภทของปลาว่านิยมนำมาทำปลาเค็มรูปแบบไหนจึงจะอร่อยถูกใจ การทำปลาเค็มไม่ว่าจะเป็นประเภทไหน สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ “เกลือ” เพราะเกลือจะช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ช่วยถนอมอาหารไม่ให้เน่าเสีย จะเก็บเอาไว้ทานได้นานๆ



อย่างไรก็ตาม เจ้าเกลือตัวนี้ก็เป็นปัญหาให้แก่ผู้ที่ชอบทานปลาเค็มได้เช่นกัน เพราะการกินปลาเค็มที่มีความเค็มมากเกินไปย่อมส่งผลเสียต่อร่างกาย ทำให้เป็นโรคความดันโลหิตสูง ดังนั้น ก่อนการนำปลาเค็มมาทำอาหารจึงควรจะต้องล้างเกลือในปลาเค็มออกไปบ้างด้วยเทคนิคดังต่อไปนี้


เทคนิคการล้างปลาเค็มก่อนนำไปทำอาหาร

1. จำไว้ว่า…น้ำเปล่า ไม่ช่วยให้ปลาเค็มหายเค็มได้
การที่จะลดความเค็มของปลาเค็มจะต้องนำเกลือเล็กน้อยมาละลายในน้ำเปล่าก่อน จากนั้นค่อยนำปลาเค็มลงไปแช่ในน้ำเกลือ ความเค็มที่มีในเนื้อปลาซึ่งเข้มข้นกว่าจะถูกน้ำล้างที่มีเกลือน้อยกว่าดึงให้เกลือในปลาเค็มละลายออกมา แปลกไหมละค่ะ!

2. อย่าแช่นานมากเกินไป
การแช่น้ำเกลือนานเกินไปไม่ช่วยให้หายเค็มมากขึ้น แต่เนื้อปลาเค็มจะเละเอาเสียก่อน แช่น้ำเกลือเพียงชั่วครู่แล้วนำขึ้นมาล้างด้วยน้ำเปล่า ก็จะทำให้ปลาเค็มลดความเค็มลงได้มากแล้ว

3. เตรียมตัวก่อนทอด
ก่อนนำปลาเค็มไปทอด ให้ซับน้ำให้แห้งเสียก่อน หรือใครชอบแบบกรอบๆจะคลุกด้วยแป้งทอดกรอบหรือแป้งเอนกประสงค์ก็ได้ โดยใช้ชุบเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แป้งก็จะช่วยดึงเอาน้ำออกมาจากผิวปลาได้ วิธีนี้จะช่วยให้น้ำมันไม่กระเด็นและไม่ติดกระทะด้วย

4. ทอดด้วยไฟที่เหมาะสม
ขณะทอดปลาให้ใช้ไฟกลางๆค่อนไปทางอ่อน ทอดจนปลาสุกเหลืองดีแล้วก็ยกขึ้นสะเด็ดน้ำมัน ก่อนขึ้นจากกระทะให้เร่งไฟแรงขึ้นหน่อย จะช่วยให้ปลาทอดไม่อมน้ำมัน


ถึงเวลาจัดปลาใส่จาน หั่นพริกซอยหอมแดงบีบน้ำมะนาวเตรียมไว้ แล้วราดลงไปหรือใช้เป็นน้ำจิ้มเสิร์ฟคู่กัน รับรองได้เลยว่าจะได้ปลาเค็มทอดที่หอมอร่อย ไม่เค็มมาก และยั่วน้ำลายสุดๆไปเลย เผลอๆข้าวอาจจะหมดจานจนต้องซ้ำจานที่สองก็เป็นได้

เทคนิคเล็กๆน้อยๆนี้น่าจะช่วยให้การทานปลาเค็มมีทั้งความอร่อยและเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพของคุณได้

...........................................
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก paicooker.blogspot.com



ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!(Like)

วิธีทำไข่ตุ๋นแนวใหม่ เปลี่ยนเมนูไข่ให้อินดี้แบบไม่ซ้ำใคร


วิธีทำไข่ตุ๋นแนวใหม่ 6 สูตรไม่ซ้ำเดิม เมนูไข่อินดี้ ทำเป็นอาหารเช้าอิ่มเบา ๆ ขั้นตอนง่ายจนกล้วยเรียกพี่เชียวล่ะ สตาร์ท !

หลายคนคงเคยกินไข่ตุ๋น เมนูไข่สุดฮิตกันมาหลายครั้งหลายครา เชื่อว่าเพื่อน ๆ ต้องรู้สึกเบื่อบ้างในบางอารมณ์ แต่ด้วยเนื้อที่นิ่มนุ่มทำเอาต้องยอมใจเขาล่ะ เอาอย่างนี้แล้วกันเพื่อให้กินอาหารจานไข่อย่างเอร็ดอร่อยมากขึ้น อยากให้ได้มาชิมไข่ตุ๋นมีสไตล์กัน กระปุกดอทคอมขอนำเสนอวิธีทำ 6 สููตรไข่ตุ๋นแนวใหม่ รับรองมีที่นี่ที่เดียว แล้วทุกมื้อไข่จะมีสีสันมากกว่าเดิม


1. ไข่ตุ๋น 5 สี

เว่อร์วังอลังการมาก ๆ สำหรับเมนูไข่ตุ๋นสูตรแรกนั่นคือ ไข่ตุ๋น 5 สี สูตรจากนิตยสารแม่บ้าน เนื้อไข่เนียนนุ่มผสมผสานคุณค่าจากผัก 5 สี ได้แก่ เห็ดหอม แครอท ฟักทอง หอมหัวใหญ่ และต้นหอม [คลิกอ่าน ผัก ผลไม้ 5 สี ดีมีประโยชน์] เพิ่มไอโอดีนจากเนื้อกุ้งสับ หน้าตาดูดีไฮโซจริง ๆ พรุ่งนี้เช้าจัดเลยดีกว่า

ส่วนผสม ไข่ตุ๋น 5 สี


  • ไข่ไก่ 2 ฟอง
  • ไข่ขาว 2 ฟอง
  • น้ำเปล่า 1 ถ้วยตวง
  • ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ
  • ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา
  • น้ำมันงา 1 ช้อนชา
  • กุ้งสับ 3 ตัว
  • เห็ดหอมหั่นบาง 2 ดอก
  • แครอทหั่นเต๋า 2 ช้อนโต๊ะ
  • ฟักทองหั่นเต๋า 2 ช้อนโต๊ะ
  • หอมหัวใหญ่หั่นเต๋า 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำเปล่า สำหรับนึ่ง
  • ต้นหอมซอย 2 ต้น




วิธีทำไข่ตุ๋น 5 สี


  1. ผสมไข่ไก่ ไข่ขาว และน้ำเปล่า ปรุงรสด้วยซอสหอยนางรม ซีอิ๊วขาว และน้ำมันงาตีให้เข้ากัน กรองด้วยตะแกรงตาถี่ 2 รอบ
  2. เตรียมถ้วยดินเผาที่ทนความร้อน 100 องศาเซลเซียส ใส่กุ้งสับ เห็ดหอม แครอท ฟักทอง และหอมหัวใหญ่ลงไป ตักไข่ที่กรองเรียบร้อยแล้วใส่ลงไปในถ้วย
  3. นำลังถึงใส่น้ำเปล่าตั้งไฟให้เดือดเรียงถ้วยใส่ในลังถึง ยกขึ้นนึ่งด้วยไฟปานกลางประมาณ 15-18 นาที ยกลง โรยต้นหอม จัดเสิร์ฟ 

--------------------


2. ไข่ตุ๋นหมูพุดดิ้ง

เพื่อน ๆ คงติดใจเมนูไข่ตุ๋นหมูสับที่ใส่หมูสับลงไปผสมกับไข่เลยใช่ไหมคะ แต่สำหรับวิธีทำไข่ตุ๋นที่กำลังจะนำเสนอต่อไปอินดี้กว่านั้น ด้วยการจับไข่ตุ๋นหมูสับแปลงร่างเป็นหมูพุดดิ้ง สูตรจากคุณชื่อนี้ยังไม่ได้รับการอนุมัติ สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม มาทำตามกันเลยดีกว่าด้วยการเอาหมูบดกรุลงไปในถ้วยแล้วเทส่วนผสมไข่ตามลงไป จากนั้นก็เอาไปนึ่ง ก่อนเสิร์ฟก็โรยต้นหอมซอยเพิ่มความหอมหน่อย คราวนี้เพื่อน ๆ จะได้กินหมูเต็มปากเต็มคำผสมผสานกับเนื้อไข่ตุ๋นนุ้มนุ่มกันแล้วจ้า

ส่วนผสม ไข่ตุ๋นหมูพุดดิ้ง


  • หมูบด (ต้องใช้หมูบดเท่านั้น เพราะถ้าหมูสับจะมีช่องว่างเยอะทำให้น้ำจากส่วนผสมไข่ไหลออกมา)
  • ไข่ไก่ 1 ฟอง
  • น้ำเปล่า
  • ซีอิ๊วขาว 2 หยด
  • ต้นหอมซอย (สำหรับโรยหน้า)


วิธีทำไข่ตุ๋นหมูพุดดิ้ง


1. ทาน้ำมันพืชบาง ๆ ในถ้วยสำหรับนึ่ง เตรียมไว้

2. ปรุงรสหมูบดเล็กน้อย จากนั้นนำไปกรุลงในถ้วย (ตามภาพ)

3. ตีไข่ไก่พอแตก เติมน้ำเปล่า 2 เท่าของปริมาณไข่ลงไปตีผสมให้เข้ากัน (เคล็ดลับคือ ใช้เปลือกไข่ทั้ง 2 ฉีกแล้วตวงน้ำ 2 ครั้ง) ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว (ตัวไข่ปรุงรสอ่อน ๆ นะครับ เดี๋ยวน้ำของเนื้อหมูจะออกมาแจมเพิ่มความเค็ม ผมเหยาะซีอิ๊วขาวไป 2 หยด)

4. เทส่วนผสมไข่ไก่ลงในถ้วยหมูบด


5. ใส่น้ำเปล่าลงในหม้อ ต้มจนเดือดแล้วเบาไฟลง ใส่ถ้วยไข่วางลงในหม้อ (วิธีนี้สำหรับคนไม่มีลังถึง) ปิดฝาหม้อแล้วนึ่งนานประมาณ 30 นาที

6. พอครบเวลา เปิดฝาออก ใช้ส้อมจิ้มลงไปเพื่อเช็กความสุก ถ้ามีน้ำใส ๆ ไม่มีน้ำขุ่นออกมาเป็นอันใช้ได้ ยกหมูพุดดิ้งออกจากหม้อ พร้อมเสิร์ฟ


7. หรือใช้จานปิดบนหมูพุดดิ้งแล้วคว่ำลง นำหมูพุดดิ้งออกจากถ้วย โรยต้นหอมซอย ใช้มีดตัดเป็นชิ้น ๆ พร้อมเสิร์ฟ

---------------------------------

3. ไข่ตุ๋นทอด

เก๋ได้อีกสำหรับเมนูไข่ตุ๋นทอดสูตรจากคุณสมาชิกหมายเลข 2163442 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม เอาไข่ตุ๋นที่สุกแล้วมาหั่นเป็นชิ้นแล้วเอาไปชุบแป้งเสร็จแล้วก็เอาไปทอดอีก ว้าว... กรอบนอกนุ่มใน หอมฉุย จะกินเพียว ๆ จิ้มกับซอสพริก หรือน้ำจิ้มไก่ก็เหมาะ ข้าวสวยไม่ต้องค่ะ

ส่วนผสม ไข่ตุ๋นทอด

  • ไข่ไก่ 3 ฟอง
  • พริกไทยป่น
  • ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ
  • ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา
  • ต้นหอมซอย
  • ผักชีซอย
  • น้ำมะนาวเล็กน้อย
  • พริกขี้หนู (ใส่ หรือไม่ใส่ก็ได้)
  • น้ำซุป 1 ถ้วย
  • หมูสับ หรือกุ้งสับ (ถ้ามี)
  • แป้งทอดกรอบ
  • น้ำเย็นจัด
  • พริกไทยป่น
  • ไข่ไก่ 1 ฟอง
วิธีทำไข่ตุ๋นทอด

1. ตีไข่ไก่ 3 ฟอง พริกไทยป่น ซอสหอยนางรม ซีอิ๊วขาว ต้นหอม ผักชี น้ำมะนาว พริกขี้หนู น้ำซุป หมูสับ หรือกุ้งสับให้เข้ากัน


2. นำส่วนผสมไข่ไปตุ๋นให้สุก พักทิ้งไว้ให้เย็น แล้วตัดเป็นชิ้น ๆ เตรียมไว้

3. ผสมแป้งทอดกรอบกับน้ำเย็นจัด เติมพริกไทยป่น และไข่ไก่ 1 ฟองลงไปคนผสมให้เข้ากัน

4. นำไข่ตุ๋นที่หั่นไว้ลงไปชุบแป้งให้ทั่ว แล้วนำไปทอดในน้ำมันร้อนใช้ไฟปานกลางจนกรอบ ตักขึ้นใส่จาน เสิร์ฟพร้อมซอสพริกหรือน้ำจิ้มไก่

-------------------------------------


4. ไข่ตุ๋นหม้อดินเกาหลี

ไข่ตุ๋นสไตล์ไทยใส่ชามธรรมดา ๆ ใครเขาก็ทำกันบ่อยดูไม่แปลกใหม่อินดี้เท่าไร ต้องนี่เลยมาเจอกับเมนูไข่ตุ๋นหม้อดินเกาหลีสูตรจาก TheSquishyMonster จับส่วนผสมทั้งหมดลงไปตุ๋นในหม้อดินทำให้ร้อนจนคำสุดท้าย ช้าก่อน อย่าเพิ่งลงมือทำ ขอบอกอีกเคล็ดลับความอร่อยเอาไว้ก่อนคือ ใส่ส่วนผสมไข่ลงไปคนในน้ำซุปไก่ที่กำลังเดือด เมื่อสุกแล้วจะได้ไข่ตุ๋นเนื้อฟูนุ่ม ไม่ได้เนียนเหมือนที่คุ้นเคย แต่อร่อยไปอีกแบบนะจ๊ะ

ส่วนผสม ไข่ตุ๋นหม้อดินเกาหลี


  • น้ำซุปไก่ 1 ถ้วย
  • ไข่เป็ด 3 ฟอง (หรือไข่ไก่)
  • ครีมสด 1 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือป่น
  • พริกไทยดำบด 
  • ต้นหอมซอย 
  • แครอทซอย 
  • พริกซอย
  • หม้อดิน


วิธีทำไข่ตุ๋นหม้อดินเกาหลี

1. ใส่น้ำซุปไก่ลงในหม้อดิน นำขึ้นตั้งไฟจนเดือด

2. ตอกไข่ใส่ลงในอ่างผสมตีผสมจนเข้ากัน ค่อย ๆ เทครีมสดลงไป ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทยดำบดตีให้เข้ากัน ใส่แครอท ต้นหอมซอย และพริกซอยลงไปคนให้เข้ากัน

3. เทส่วนผสมไข่ใส่ลงในหม้อดินที่มีน้ำเดือด ใช้ตะกร้อมือคนผสมจนเป็นเนื้อเดียวกัน ปิดฝา ตุ๋นด้วยไฟอ่อนจนไข่สุก ปิดไฟ ยกลงจากเตา พร้อมเสิร์ฟ

-----------------------------


5. ไข่ตุ๋นหม้อ

อย่าเพิ่งเศร้าใจกันไปนะคะ ถ้าไม่มีหม้อดินก็ไม่เป็นอะไร เรามีเมนูไข่ตุ๋นหม้อสูตรจาก KBS World TV ที่ใช้หม้อธรรมดาทำได้สบาย ๆ ทีเด็ดก็อยู่ตรงคนส่วนผสมไข่ในน้ำซุปไก่ที่กำลังเดือดในหม้อ พอสุกแล้วจะได้สัมผัสเนื้อไข่ฟูนุ่มไม่แพ้ไข่ตุ๋นหม้อเกาหลีเลยค่ะ เย่ลงมือทำกันเลย

ส่วนผสม ไข่ตุ๋นหม้อ


  • น้ำซุปไก่
  • ไข่ไก่ 4 ฟอง
  • เกลือป่นเล็กน้อย
  • ต้นหอมซอย


วิธีทำไข่ตุ๋นหม้อ

1. ใส่น้ำซุปไก่ลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟแรงจนน้ำเดือด

2. ตีผสมไข่ไก่จนเข้ากัน ปรุงรสด้วยเกลือ โรยต้นหอม เทลงในน้ำซุปไก่ที่เดือด ค่อย ๆ คนผสมให้เข้ากัน ตุ๋นจนไข่สุก ยกลงจากเตา พร้อมเสิร์ฟ

ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ 14 เมนูไข่สุดแนว แปลกดีแต่กินได้ อร่อยด้วย
-----------------------------



6. มาม่าไข่ตุ๋น

ลองเติมมาม่าต้มยำน้ำข้นสุดแซ่บที่เราเคยแต่ฉีกซองใส่น้ำร้อนแล้วยกซดเข้าไปผสมกับไข่ตุ๋นให้อร่อยมากขึ้นแถมยังอิ่มท้องมากขึ้นด้วย ที่สำคัญคือทำง่าย ๆ ด้วยไมโครเวฟ สูตรจาก คุณ Earth MaMai สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม

ส่วนผสม มาม่าไข่ตุ๋น


  • ไข่ไก่ 2 ฟอง
  • น้ำสะอาด 2 เท่าของไข่ (ใส่เต็มถ้วยไปเลยไม่ต้องกลัวเยอะไปครับ)
  • บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสต้มยำกุ้ง (หรือตามชอบ) 1 ซอง
  • เนื้อสัตว์ตามชอบ (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้)


หมายเหตุ : ระวังเรื่องกะปริมาณน้ำให้ดี ๆ นะครับ ให้ใส่จนเหลวเลย มีหลายท่านส่งไลน์มาให้ดู ใส่น้อยมันแห้งไปครับ

วิธีทำมาม่าไข่ตุ๋น


1. ตอกไข่ไก่ใส่ถ้วย (ที่สามารถเข้าไมโครเวฟได้) เติมน้ำสะอาดลงไป

2. ใส่เครื่องปรุงรสมาม่าลงไป คนให้เข้ากัน

3. หักเส้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปใส่ลงไป

4. ปิดฝาแล้วนำเข้าไมโครเวฟ ใช้กำลังไฟ 800 วัตต์ นานประมาณ 3.30 นาที (ขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำที่เราผสม)

หมายเหตุ : หากไม่มีไมโครเวฟสามารถน้ำไปนึ่งประมาณ 15 นาที

5. นำออกจากเตาไมโครเวฟ อร่อยพร้อมเสิร์ฟ

เพิ่มพลังยามเช้ากันด้วย 6 สููตรไข่ตุ๋นแนวใหม่กันเถอะค่ะ แต่ละสูตรอินดี้ทั้งนั้น ทำง่าย ๆ ขั้นตอนไม่ยุ่ง ดัดแปลงสูตรได้ตามชอบ กินกับข้าวสวย หรือกินเพียว ๆ ก็ตามชอบใจเลยค่ะ


คิดอย่างไรกับเรื่อง: 6 วิธีทำไข่ตุ๋นแนวใหม่ เปลี่ยนเมนูไข่ให้อินดี้แบบไม่ซ้ำใคร ? รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !

ที่มา : http://cooking.kapook.com/



ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!(Like)

สูตรเด็ดวิธีการทำหอยทอด กรอบ อร่อย สุดฟิน!!

สูตรเด็ดวิธีการทำหอยทอด กรอบ อร่อย สุดฟิน


สิ่งที่ต้องเตรียม
1. แป้งท้าวยายม่อม 3/4 ถ้วย
2. แป้งข้าวเจ้า 1/2 ถ้วย
3. แป้งข้าวเหนียว 1/4 ถ้วย
4. แป้งสาคูหรือแป้งมัน 1 ช้อนโต๊ะ
5. พริกไทยป่น
6. ผงปรุงรสเห็ดหอม 1 ช้อนชา
7. น้ำ 300 ซีซี
8. น้ำปูนใส่ 1ช้อนโต๊ะ
9. หอยแมลงภู่
10. ไข่ไก่ 1 ฟอง
11. น้ำมันพืช
12. ผักชี ต้นหอมซอย
13. ถั่วงอก
14. พริกไทยป่น



วิธีการทำ
1. จัดเตรียมภาชนะสำหรับทำการผสมแป้ง นำแป้งท้าวยายม่อม แป้งข้าวเจ้า แป้งข้าวเหนียว แป้งสาคู ผงปรุงรสเห็ดหอม และพริกไทยใส่ลงในภาชนะและทำการคนให้เข้ากัน
2. ใส่น้ำเติมลงไป ใส่น้ำปูนใสลงไป คนใส่ส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน
3. นำไปแช่ไว้ในตู้เย็นทิ้งไว้ประมาณ 1 คืน ก็จะได้ตัวแป้งหอยทอด และทำตามขั้นตอนต่อไปได้เลย
4. ตั้งกระทะใส่น้ำมัน แล้วนำถั่วงอกลงไปผัด เสร็จแล้วใส่จานพักไว้
5. นำแป้งที่เตรียมไว้ใส่ในภาชนะพอประมาณ นำหอยแมลงภู่ และต้นหอมซอยใส่ลงไปในแป้ง
6. จากนั้นใส่น้ำมันลงในกระทะไฟแรง แล้วนำแป้งที่ผสมกับหอยแมลงภู่ไว้เทลงในกระทะกระจายให้ทั่วกระทะ รอจนสุก ชอบทานแบบกรอบหรือแบบนุ่มก็เลือกเองได้
7. เมื่อสุกแล้วให้นำหอยทอดลวางบนถั่วงอกที่ผัดเตรียมไว้
8. จากนั้นโรยพริกไทยเล็กน้อย โรยต้นหอมและผักชี เป็นอันเสร็จเรียบร้อยพร้อมเสิร์ฟ
9. น้ำจิ้มหอยทอด ใช้ซอสพริกผสมกับน้ำจิ้มไก่ ชิมรสตามชอบได้เลย

หลังจากที่ได้อ่านกันแล้ว ง่ายใช่ไหมละสำหรับการทำหอยทอด สูตรอร่อย แล้งจะรออะไรอยู่ จัดเตรียมวัตถุดิบและทำตามวิธีการทำด้านบนได้เลย จะทำไว้ทานเองหรือทำเป็นอาชีพก็ได้



ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!(Like)

งานแซ่บก็มา!! “ลาบไก่กรอบ” ทำตามสูตรนี้แล้วจะติดใจ!

สูตรลาบไก่กรอบ ทำได้ง่ายๆ ตามนี้


สิ่งที่ต้องเตรียม
1.    เนื้อไก่
2.    แป้งทอดกรอบ
3.    หอมแดง
4.    ผักชีใบเลื่อย
5.    มะนาว
6.    ข้าวคั่ว
7.    น้ำปลา
8.    เกลือ
9.    พริกแห้งคั่ว
10.    พริกซอย
11.    น้ำตาล



วิธีการทำ
1.    นำไก่มาล้างทำความสะอาด
2.    แล่ไก่แล้วนำไปคลุกแป้งทอดกรอบ
3.    จากนั้นนำไปทอด ไฟแรงปานกลาง
4.    จากนั้นนำมาหั่นบางๆ
5.    ทำการซอยหอมแดง ผักชีใบเลื่อย พริกซอย พริกแห้งป่น ข้าวคั่ว
6.    แล้วนำเครื่องปรุงทั้งหมดมาผสมกันจากนั้นชิมแล้วปรุงรสให้เข้ากันเพื่อให้ได้รสชาติตามที่ต้องการ
7.    จากนั้นจัดไก่ใส่จาน และผักที่ซอยไว้ ราดด้วยเครื่องปรุง เท่านี้ก็ได้ลาบไก่กรอบแล้ว

หลังจากที่ได้อ่านแล้ว  ท้องไส้เริ่มร้องกันแล้วใช่ไหมละ แล้วจะรออะไรอยู่ ไปจัดเตรียมวัตถุดิบและทำตามวิธีการทำด้านบนได้เลย เท่านี้ก็จะได้ลาบไก่กรอบ สุดแสนอร่อยแล้ว



ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!(Like)

แจกสูตร(ไม่)ลับ ทำข้าวคลุกกะปิ ด้วยตัวเอง ลุยเลย!!

ข้าวคลุกกะปิ เป็นอาหารของภาคกลางที่มีรสชาติครบเครื่องมากๆ เพราะเมนูข้าวคลุกกะปินั้นมีเครื่องเคียงที่หลากหลาย แต่ความหลากหลายกลับเป็นส่วนผสมที่ลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ เช่น ความหอมของข้าวที่มีกลิ่นความเค็มจากกะปิกุ้งแท้ ความหวานจากหมูหวาน ความเปรี้ยวจากมะม่วงเปรี้ยว และความเผ็ดจากพริกสวนซอย

     เราจึงขอนำเสนอสูตรทำข้าวคลุกกะปิแบบฉบับง่ายๆมาฝากกัน บอกเลยว่าห้ามพลาด!


ส่วนผสมข้าวคลุกกะปิ
– ข้าวสวย 6 ถ้วย
– เนื้อหมูหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ ประมาณ 2 ขีด (แนะนำเป็นเนื้อหมูสามชั้นจะอร่อยกว่า)
– กะปิ 3 ช้อนโต๊ะ ละลายน้ำ 2 ช้อนโต๊ะ (แนะนำกะปิที่ใช้ควรเป็นกะปิกุ้งแท้)
– น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
– หอมซอย 4-5 หัว
– กระเทียมสับละเอียด ประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ
– กุ้งแห้งโขลกให้ละเอียด ประมาณ 1/4 ถ้วย
– มะนาว ประมาณ 2 ลูก



– มะม่วงเปรี้ยว ซอยประมาณ 1-2 ลูก
– น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
– น้ำมันพืช 3-4 ช้อนโต๊ะ
– ไข่ไก่ 1 ฟอง
– ผักชี 1 ต้น
– พริกสวนซอย 2-3 เม็ด
– แตงกวา 3 ลูก

     เมื่อได้ส่วนผสมทั้งหมดในการทำข้าวคลุกกะปิเรียบร้อยแล้ว มาเริ่มลงมือทำกันเลย

วิธีทำข้าวคลุกกะปิ
1. ยีข้าวให้กระจายแตกตัวออกจากกัน พยายามอย่าทำให้ข้าวหัก เพราะจะทำให้ข้าวเละไม่สวยและดูไม่น่ากิน (เคล็ดลับที่จะทำให้ข้าวดูเป็นเม็ดน่ากิน คือ ก่อนจะลงมือยีข้าว ควรใช้มือจุ่มน้ำให้พอเปียกก่อน)
2. ตอกไข่ใส่ชามแล้วตีให้เข้ากัน ตั้งกระทะให้ร้อน ใส่น้ำมันพืชประมาณ 1 ช้อนชา
3. น้ำมันเริ่มร้อนก็ทำการเจียวไข่ให้เป็นแผ่นบางๆ เสร็จแล้วก็นำไข่เจียวที่ได้มาม้วนหั่นให้เป็นฝอยๆ
4. เจียวกระเทียมกับน้ำมันให้เหลืองหอม (น้ำมันใส่ไม่ต้องเยอะมาก ประมาณ 3 ช้อนโต๊ะกำลังดี) แล้วจึงใส่เนื้อหมูลงไปผัด ตามด้วยกะปิ ผัดจนมีกลิ่นหอม
5. ใส่น้ำตาล กุ้งแห้งตามลงไป ผัดให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันดีแล้วลองชิมรสดู ถ้าไม่เค็มก็ใส่น้ำปลาเพิ่มลงไปสักเล็กน้อย
6. ใส่ข้าวลงไปผัดจนส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันดีแล้ว จึงยกลงจากเตา
7. ใส่มะม่วงเปรี้ยว หอมแดงซอย แล้วคลุกให้เข้ากัน
8. ตักเสิร์ฟใส่จาน โรยหน้าด้วยผักชีลงบนข้าวสักเล็กน้อย วางไข่ม้วนฟอย, พริกสวนซอย มะม่วงเปรี้ยวซอย, แตงกวา, มะนาวผ่าซีก โดยทั้งหมดนี้ให้จัดไว้รอบๆจาน เป็นเหมือนการแต่งจานให้ดูมีศิลปะ จะได้ดูน่ารับประทานเพิ่มขึ้น แค่นี้ก็เป็นอันเสร็จแล้วจ้า.



ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!(Like)

“วุ้นปีโป้นมสด” หวาน เย็น ชื่นใจ ทำง่าย คลายร้อนได้ทันที

อากาศร้อนๆ แบบนี้ ใครๆก็อยากทานของกินที่เย็นชื่นใจกันทั้งนั้น แต่ถ้าจะให้เปิดตำราขนมหวานไทยเพื่อทำตามก็อาจจะดูยากเกินไปหน่อย เผลอๆจะไม่อร่อยตามที่หวังไว้ด้วย วันนี้เราจึงอยากจะแนะนำเมนูของหวานทานง่ายในชื่อ “วุ้นปีโป้นมสด” ที่คุณ Kookai Utaiwan นำมาเสนอไว้ให้ จะหอมหวานชื่นใจมากแค่ไหน ต้องลองไปทำตามกันดู

วัตถุดิบ
1. นมสด (รสหรือยี่ห้ออะไรก็ได้)
2. กะทิ (เพิ่มเติมเพื่อความหวานมัน แต่จะไม่ใส่ก็ได้)
3. ผงวุ้น แนะนำยี่ห้อโทรศัพท์
4. น้ำตาลทราย
5. ปีโป้ หรือเยลลี่ทั่วไป




ขั้นตอนการทำ
1. เทนมและกะทิใส่หม้อ ตั้งไฟปานกลาง

2. ค่อยๆเทผงวุ้นลงไป คนช้าๆไปในทิศทางเดียวตลอดเวลา จนผงวุ้นละลายหมด

3. ปรุงรสหวานด้วยน้ำตาลทรายตามใจชอบ ใครใช้นมรสหวานอยู่แล้วอาจจะไม่ต้องเติมมาก (พยายามปรุงรสให้หวานกว่าปกติเล็กน้อย เพราะเวลาที่เซตตัวเป็นวุ้นแล้ว ความหวานจะลดน้อยลง)

4. กวนต่อไปจนเดือด จากนั้นปิดเตาและยกลงเทใส่พิมพ์ได้เลย (เพื่อความสวยงามพยายามอย่าให้มีฟองอากาศ)

5. หั่นปีโป้หลากสีเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วโรยใส่พิมพ์ที่เตรียมไว้

6. รอให้วุ้นแข็งตัวสักครู่จึงนำเข้าตู้เย็น

7. รอประมาณ 30 นาที ก็ได้ “วุ้นปีโป้นมสด” มาทานเล่นได้เลย



สำหรับใครเทเติมสัดส่วนผงวุ้นไม่พอดี วุ้นไม่ได้ดั่งใจ อาจจะนิ่มไปหรือแข็งไป ให้นำวุ้นที่ไม่ตรงสเปคไปตั้งไฟใหม่ หากนิ่มไปก็เพิ่มผงวุ้น หากแข็งไปก็เพิ่มน้ำ แต่ทางที่ดีให้ศึกษาปริมาณการใส่ผงวุ้นที่ฉลากข้างถุงของแต่ละยี่ห้อซึ่งจะแนะนำไว้อย่างละเอียดอยู่แล้ว จะได้ไม่ต้องมานั่งทำใหม่หรือมานั่งหัวเสียนะคะ

น่าจะช่วยแก้ร้อนได้เป็นอย่างดีเชียวละ ลองไปทำกันดูได้เลย

................................
ขอบคุณสูตรและภาพประกอบจาก  คุณ Kookai Utaiwan
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก mamaexpert.com



ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!(Like)

สอนทำ “น้ำพริกอ่อง” เป็นขั้นตอน ทำง่ายมาก!

สูตรน้ำพริกอ่อง
     น้ำพริกอ่อง นับเป็นน้ำพริกพื้นบ้านล้านนาที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย พอๆกับน้ำพริกหนุ่มที่นิยมรับประทานคู่กับแคบหมูของชาวเหนือ โดยที่สูตรน้ำพริกอ่องนั้นได้มีการดัดแปลงไปแล้วจำนวนหลายสูตร ตามแต่รสชาติความชอบของคนรับประทาน
     วันนี้เราจึงนำวิธีทำน้ำพริกอ่องอีกหนึ่งสูตรมาฝากสำหรับผู้ที่ชื่นชอบในรสชาติความเปรี้ยวอมหวานของมะเขือเทศในน้ำพริกอ่อง


     ขั้นตอนแรกเริ่มจากการเตรียมส่วนผสมและเครื่องปรุงก่อน โดยวัตถุดิบที่ใช้ในการทำน้ำพริกอ่องนั้นมีดังนี้



ส่วนผสม + เครื่องปรุง
– หมูสับ 250 กรัม
– มะเขือเทศลูกใหญ่ 3-4 ลูก
– พริกแห้งบางช้างหั่นเป็นท่อน (เอาเมล็ดออก แล้วแช่น้ำ 3 เม็ด)
– ข่า 2 แว่น
– กะปิปิ้งไฟ หรือถั่วเน่า 1 ช้อนชา
– หอมแดง 2 หัว
– กระเทียมกลีบเล็ก 4 กลีบ
– รากผักชี 2 ราก
– กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
– น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
– น้ำปลา พอประมาณ
– น้ำเปล่า 1 ถ้วยตวง
– รสดีรสหมู 1 ช้อนชา
– ต้นหอมซอย พอประมาณ
– ผักชีซอย พอประมาณ

วิธีทำ
1. นำมะเขือเทศมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ เท่าที่จะเล็กได้ แต่ไม่ต้องเล็กถึงขนาดซอย พร้อมกับซอยต้นหอมผักชีเตรียมไว้
2. เตรียมเครื่องน้ำพริกไว้ เริ่มจากนำพริกแห้ง หอมแดง กระเทียม ข่า รากผักชี กะปิหรือถั่วเน่า (ถั่วเน่าบางคนก็ไม่ชอบใส่ ซึ่งเป็นความชอบของแต่ละคน แต่สูตรนี้แนะนำให้ใส่จะได้ครบรสนะจ๊ะ) ใส่ครกแล้วโขลกให้ละเอียดจนกว่าจะเข้ากัน
3. นำหมูสับลงไปย้ำกับครกให้เข้ากับเครื่องแกงน้ำพริกที่โขลกไว้แล้ว
4. นำมะเขือเทศที่หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ใส่ลงในครกแล้วย้ำให้เข้ากันแต่พอเบามือ เพราะเราไม่ต้องการให้มะเขือเทศนั้นละเอียดจนเละเกินไป
5. นำกระทะขึ้นตั้งไฟ โดยใช้แค่ไฟอ่อนๆถึงปานกลาง พร้อมทั้งใส่น้ำมันลงไป พอกระทะเริ่มจะร้อนก็ใส่กระเทียมสับลงไป ผัดจนกระเทียมนั้นเริ่มมีกลิ่นหอม
6. นำเครื่องที่โขลกกับหมูไว้แล้วลงไปผัดให้ทั่ว  แล้วตามด้วยรสดีรสหมูลงไปผัดด้วยไฟอ่อน (พยายามอย่าคั่วน้ำพริกให้ไหม้ เพราะจะทำให้มีรสขมได้)
7. ปรุงรสด้วยน้ำปลา แล้วเคี่ยวจนกระทั่งมะเขือเทศเปื่อย
8. ตักใส่ถ้วย โรยหน้าด้วยผักชี, ต้นหอม เสิร์ฟคู่กับผักสด และแคบหมู รับรองลำแน่นอน

     เครื่องเคียงที่นิยมรับประทานกับน้ำพริกอ่อง

– แคบหมู
– ข้าวเหนียว หรือข้าวสวย ตามแต่ชอบ
– ผักต้มหรือนึ่ง เช่น กะหล่ำปลี, ฟักเขียว, ดอกแค, ถั่วพู, แตงกวา, มะเขือเปราะ, ยอดกระถิน, ถั่วฝักยาว, ผักไผ่, ผักชี, ผักชีฝรั่ง, สะระแหน่, ผักกาดขาว, ฟักทอง



ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!(Like)

สูตรอร่อย การทำปอเปี๊ยะทอด ง่ายมาก!! ต้องลอง!

สูตรเด็ดวิธีการทำปอเปี๊ยะทอด


สิ่งที่ต้องเตรียม (สำหรับ 20 อัน ถ้าทำมากกว่าก็เพิ่มปริมาณตามอัตราส่วนได้เลย)
1.    แผ่นปอเปี๊ยะ20 แผ่น
2.    เนื้อหมูบด 150 กรัม
3.    เห็ดหอมดอกใหญ่แช่น้ำ 10 ดอกหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ
4.    ถั่วงอก 300 กรัม
5.    วุ้นเส้นแช่น้ำ 100 กรัมแล้วนำมาตัดเป็นช่วงๆสั้นๆ
6.    กระเทียม 6-7 กลีบ
7.    พริกไทยเม็ด 2 ช้อนชา
8.    แครรอทขูด 50 กรัม
9.    กระหล่ำปลีซอยละเอียด 50 กรัม
10.    ไข่ไก่ 2 ฟอง
11.    น้ำตาลทราย ½ ช้อนโต๊ะ
12.    เกลือ 1 ช้อนชา
13.    ผงปรุงรส 1 ช้อนชา
14.    น้ำจิ้มไก่ 1 ถ้วย
15.    น้ำส้มสายชู 1 ช้อนโต๊ะ
16.    ถั่วลิสงบด 2 ช้อนโต๊ะ
17.    ซีอิ้วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
18.    น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ
19.    ผักชี



วิธีการทำ
1.    นำแผ่นปอเปี๊ยะมาตัดให้มีขนาด 10 x 10 ซม หรือตามขนาดที่ต้องการ
2.    นำพริกไทยเม็ดกับกระเทียมรากผักชีโขลกให้ละเอียด
3.    จากนั้นใส่น้ำมันในกระทะ นำเห็ดหอมที่หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ลงทอดในน้ำมันพอเริ่มมีกลิ่นหอม นำพริกไทยรากผักชีที่โขลกไว้ลงไปผัดจนหอม ตามด้วยหมูบด
4.    จากนั้นปรุงเครื่องด้วยน้ำตาลทราย น้ำมันหอย ซอสปรุงรส ซีอิ้วขาว ผัดให้เข้ากัน
5.    ใส่เครื่องปรุงที่เตรียมไว้ทั้งหมดลงไปผัดจนสุกแล้วพักไว้
6.    ขั้นตอนการห่อปอเปี๊ยะ: นำแผ่นปอเปี๊ยะวางแผ่ออก ตักไส้ปอเปี๊ยะวางที่มุมด้านใดด้านหนึ่ง แล้วค่อยๆ ม้วนแผ่นปอเปี๊ยะ
7.    จากนั้นใช้ไข่ขาวทาปลายแผ่นปอเปี๊ยะ เพื่อให้ติดกันเก็บมุมทั้งสองด้านให้เรียบร้อย ทำจนหมดไส้หรือหมดแผ่นปอเปี๊ยะที่เตรียมไว้หมด
8.    นำปอเปี๊ยะที่ห่อไปทอด ในน้ำมันใช้ความร้อนปานกลาง จนเหลืองสวย ตักขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน
9.    ตัดเป็นชิ้นๆเสิร์ฟคู่กับน้ำจิ้มและผักเคียง

สิ่งที่ต้องเตรียม(สำหรับน้ำจิ้ม)
1.    น้ำจิ้มไก่
2.    น้ำตาลทราย
3.    น้ำส้มสายชู
4.    ถั่วลิสงบด
5.    พริกป่น

วิธีการทำ
1.    นำน้ำจิ้มไก่มาผสมกับน้ำตาลทรายแล้วนำตั้งไฟ 2-3 นาที
2.    ปรุงรสเพิ่มด้วยน้ำส้มสายชู
3.    โรยหน้าด้วยถั่วลิสงบด หากชอบเผ็ดก็ใส่พริกป่นเพิ่มได้

หลังจากที่ได้อ่านกันแล้ว  รู้สึกหิวกันแล้วใช่ไหมละ จะรออะไรอยู่ ไปจัดเตรียมของแล้วลงมือทำตามวิธีการทำด้านบนได้เลย จะทำไว้ทานเองหรือทำขายเป็นอาชีพก็ได้



ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!(Like)

อยากหุ่นดีลองอาหารสูตรนี้ จันทร์-อาทิตย์ บอกครบทุกมื้อ!!

อยากหุ่นดีลองอาหารสูตรนี้ดูไหมล่ะ!!?
         บทความนี้เหมาะสำหรับหนุ่มๆสาวๆที่กำลังจะลดน้ำหนักเลยค่ะ หลายๆคนคงมีวิธีการลดน้ำหนักของตัวเองที่แตกต่างกันไป บางคนอาจลดน้ำหนักด้วยการไปออกกำลังกาย หรือบางคนใช้การควบคุมด้วยอาหาร หรือบางคนทำทั้ง 2 อย่างเลยคือทั้งออกกำลังกายและควบคุมอาหาร จะบอกว่าวันนี้เรามีสูตรอาหารในแต่ละวันที่เหมาะสำหรับคนที่อยากลดน้ำหนักมาฝากกันด้วยล่ะค่ะ อยากรู้กันแล้วใช่ไหมล่ะคะ ถ้าอย่างนั้นไปอ่านกันเลย


สูตรอาหารวันจันทร์
เช้า             ข้างกล้องต้มปลา
                  กล้วย 1 ลูก
กลางวัน      ข้าวกล้อง + เกาเหลาปลากะพง
                   ส้ม 2 ผลเล็ก
เย็น             ยำวุ้นเส้น (เน้นผักสด)
                  องุ่นเขียว 15 ผล



สูตรอาหารวันอังคาร
เช้า            ข้าวกล้อง + ปลานึ่งมะนาว + ต้มจืดมะระ
                 ฝรั่ง ½ ลูก
กลางวัน    ขนมจีนข้าวกล้อง + น้ำยาแกงป่า + เคียงผัก
เย็น           ข้าวกล้อง + แกงส้มผักรวม + ผัดมะเขือยาว
                 มะเฟือง 5 ชิ้น

สูตรอาหารวันพุธ
เช้า          ข้าวต้มเห็ด
               ชมพู่ 2 ผล
กลางวัน   น้ำพริกปลาทู + ผักลวก
               แตงโม 1/8 ผลกลาง
เย็น         ข้าวกล้อง + แกงเลียง
               แก้วมังกร
             ส้มเช้ง 1 ผล

สูตรอาหารวันพฤหัสบดี
เช้า        ข้าวกล้อง + ผัดกะเพรา + เห็ดฟาง + ซุปสาหร่าย
             ส้มโอ 2 กลีบ
กลางวัน  ก๋วยเตี๋ยวเส้น + โฮลวีต + ราดหน้าผักรวม
             สับปะรด 8-10 ชิ้น
เย็น        ข้าวยำ + ปลาทูย่าง
             องุ่นม่วง 15 ผล

สูตรอาหารวันศุกร์
เช้า       แซนด์วิชปลาทูน่า
            มะละกอ 8-10 ชิ้น
กลางวัน  ส้มตำไทย + ผักสด
               มะม่วงดิบ ½ ผลกลาง
เย็น        ข้าวกล้อง + ต้มยำเห็ด
             แอปเปิ้ลเขียว 1 ผลเล็ก

สูตรอาหารวันเสาร์
เช้า       ข้าวต้มกล้อง + ยำเห็ดฟาง + เต้าหู้ผัดถั่วงอก
           แอปเปิ้ลผลแดง
กลางวัน  ข้าวยำปักษ์ใต้
               ละมุด 1 ผลกลาง
เย็น         ซีซาร์สลัด + สเต็กปลาย่าง
               สาลี่น้ำผึ้ง ½ ผล

 สูตรอาหารวันอาทิตย์
เช้า        โจ๊กเห็ด
             สตอเบอรี่ 12 ผลใหญ่
กลางวัน   ยำก๋วยเตี๋ยวเซี่ยงไฮ้
               แก้วมังกรเนื้อแดง  ½ ผล
เย็น         ข้าวกล้อง + ต้มจับฉ่าย + ยำรวมมิตร
               สาลี่หอม ½ ผล


          เป็นยังไงกันบ้างคะสูตรอาหารทั้ง 7 วัน แค่เห็นก็อร่อยแล้วใช่ไหมล่ะคะ ไม่เพียงแต่อร่อยแต่ยังมีหุ่นที่ดีอีกด้วย ยังไม่หมดนะคะ เพราะวันนี้เราก็ยังมีอาหารตอนที่ท้องเรายังว่างๆมาฝากอีกด้วย ไปอ่านกันเลย

อาหารยามท้องว่าง
น้ำเปล่า หรือ น้ำสมุนไพร จะมี                          0 kcal
กล้วยน้ำว้า แอปเปิ้ล หรือ ฝรั่งครึ่งลูก จะมี          60 kcal
ข้าวโพดต้มครึ่งฝัก จะมี                                   80 kcal
โยเกิร์ตไขมันต่ำรสธรรมชาติ

           อาหารยามว่างก็สำคัญนะคะเพราะถ้าเราเผลอรับประทานอาหรที่มีไขมัน หรือ แคลอรี่สูงเข้าไปอาจจะทำให้หุ่นของเรานั้นไม่เฟิร์มได้เลยนะคะ  การเลือกรับประทานอาหารนั้นก็เป็นส่วนหนึ่งของของลดน้ำหนักค่ะ แต่ต้องกินได้ครบ 5 หมู่และอย่าลืมที่จะออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอด้วยนะคะ เพื่อสุขภาพที่ดีของคุณนั่นเองค่ะ



ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!(Like)