แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ตำรับ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ตำรับ แสดงบทความทั้งหมด

แจกสูตร!! ซาลาเปาไส้หมูแดง ทำกินเองก็ได้ ทำขายก็ดี

แจกสูตร!! ซาลาเปาไส้หมูแดง ทำกินเองก็ได้ ทำขายก็ดี


ซาลาเปาไส้หมูแดง แค่ได้ยินชื่อก็หิวขึ้นมาแล้ว หลายคนคงคิดว่าหาซื้อตามร้านสะดวกซื้อ แล้วนำมาเข้าไมโคเวฟอุ่นก็ทานได้แล้ว แต่ทราบหรือไม่ว่า เราสามารถทำซาลาเปาไส้หมูแดงเองได้ที่บ้าน โดยวันนี้เรามีวัตถุดิบที่ใช้ทำซาลาเปาไส้หมูแดง พร้อมขั้นตอนการทำมาบอก

ส่วนผสมที่ใช้ทำซาลาเปาไส้หมูแดง

– หมูเนื้อแดงติดมัน

– ผงพะโล้

– ซีอิ๊วขาว

– ซีอิ๊วดำ

– น้ำตาลทรายขาว

– น้ำมันงา

– น้ำมันหอย

– รากผักชีดำ

– น้ำเปล่า

– แป้งขาวโพด

– น้ำมันพืช

– พริกไทยป่น

– สีผสมอาหารสีส้ม



ขั้นตอนการทำ

– หั่นหมูให้เป็นลูกเต่าเล็กๆ และนำส่วนผสมทั้งหมดใส่ลงไปในหมู ยกเว้น น้ำเปล่า แป้งข้าวโพด และน้ำมันพืช

– คลุกเคล้าให้เข้ากัน นำใส่พาชนะนำพลาสติกคลุมเอาไว้ก่อนใส่ตู้เย็นแช่ไว้ 30 นาที

– ตั้งกระทะตั้งให้ร้อน ใส่น้ำมันพืช แล้วนำหมูที่หมักไว้ออกมา ผัดพอสุก

– ใช้ไฟปานกลาง เติมน้ำเปล่า แล้วเคี่ยวไปเรื่อยๆ จนน้ำเริ่มงวด แต่ไม่ถึงกับแห้ง ลองชิมรสชาติ ปรับตามชอบ

– ละลายแป้งข้าวโพดกับน้ำเปล่า แล้วใส่ลงไปในกระทะที่หมูเริ่มงวด ใส่แค่เหนียวก็พอ นำขึ้นพักไว้

มาถึงขั้นตอนการทำแป้ง

– แป้งเค้ก

– ยีสต์แห้ง

– น้ำตาลทราย

– น้ำเปล่า

ขั้นตอนการทำ

– ร่อนแป้ง ใส่ยีสต์แห้งลงไป คนให้เข้ากัน

– ทำหลุมตรงกลาง เทน้ำเปล่าที่ผสมกับน้ำตาลแล้วเทลงไปในหลุม

– นวดให้เข้ากัน ใช้พลาสติกแรปคลุมไว้ หมักไว้ 1 ชั่วโมง

ส่วนผสมแป้ง dough

– แป้งเค้ก

– ผงฟู

– น้ำเปล่า

– น้ำตาลทราย

– เกลือ

– เนยจืด



วิธีทำ 

– ร่อนแป้ง ผงฟู เกลือ3 ครั้ง ใส่น้ำตาลทรายลงไปผสม

– ทำหลุมตรงกลางใส่น้ำเปล่าลงไป จากนั้นนำแป้งทีหมักเตรียมไว้ใส่ลงมา

– ผสมทั้ง 2 อย่างให้เข้ากันใส่เนยจืดลงไป

– นวดให้เข้ากัน 15นาที

– ตัดแป้งเป็นชิ้น แบ่งแป้งให้เป็นชิ้นกลมๆ ประมาณลูกละ 30 กรัม

– แผ่แป้งให้เป็นแผ่น นำไส้หมูแดงที่เตรียมไว้มาใส่ลงไป

– จับจีบให้ถนัด วางลงในกระดาษไข

– พักแป้งเอาไว้รอให้มันพองตัว  แล้วนำไปนึ่งในซึ้ง ประมาณ 12 นาที ห้ามเปิดฝาระหว่างนึ่ง เป็นอันเสร็จ

สามารถทำทานเองที่บ้านก็ได้ ทำขายก็ได้กำไร ไม่ยากและง่ายจนเกินไป แต่ไม่เกินความสามารถของทุกคนแน่นอน



ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!(Like)

อร่อยเวอร์! “ทูน่าคอร์นสลัด” เมนูสุดชิค! ที่ใครๆก็ทำได้

วัตถุดิบ

  • แครอท
  • ข้าวโพด
  • ถั่วลันเตา แบบแช่แข็ง
  • ทูน่ากระป๋อ
  • สับปะรด (สับเป็นชิ้นพอดีคำ)
  • น้ำสลัดสำเร็จรูป
  • มายองเนส
  • น้ำเชื่อม
  • น้ำมะนาว 



วิธีทำ 

เริ่มจากนำแครอท ข้าวโพด ถั่วลันเตา มาต้มให้สุก

นำน้ำสลัดสำเร็จรูป มายองเนส น้ำเชื่อม น้ำมะนาว ใส่ถ้วยแล้วคนให้เข้ากัน


จากนั้นนำแครอท ถั่วลันเตา สับปะรด ใส่ลงไปในถ้วยใบใหญ่ๆ เทน้ำสลัดลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน

พอเข้ากันแล้วใส่ทูน่าตามหลัง คนอีกครั้งเบาๆ
เพียงเท่านี้เป็นอันเสร็จ สามารถเก็บไว้รับประทานได้ประมาณ 3 วัน (แต่ต้องแช่ไว้ในตู้เย็น)

                                         


เคล็บลับ&เทคนิค

พยายามอย่าใช้ถั่วลันเตาแบบกระป๋องนะคะ เพราะจะทำให้ความอร่อยลดลง
ในเรื่องของน้ำสลัด แนะนำให้ใส่ส่วนผสมไปทีละนิด ชิมรสชาติไปเรื่อยๆว่าชอบแบบไหน อย่าเทโครมลงไปในคราวเดียวนะจ้ะ

เมื่อได้ทูน่าคอร์นสลัดแล้ว แนะนำให้แช่เย็นไว้ก่อนนำมารับประทาน เพื่อเพิ่มความอร่อยให้กับอาหารเมนูนี้ของเรา

 ..................................
ขอบคุณข้อมูลจาก : คุณ "13 Destinations" สมาชิกพันทิป



ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!(Like)

เคล็ดลับนึ่งปลาให้อร่อย ไม่เหม็นคาว ใช้ได้กับปลาทุกชนิด

ปลา เป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโปรตีนสูง เป็นโปรตีนที่ย่อยง่าย และเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของทารก เด็ก ผู้สูงอายุ รวมถึงผู้ป่วยที่ระบบการย่อยอาหารทำงานได้ไม่เต็มที่ ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะเนื้อปลามีเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่น้อยกว่าเนื้อสัตว์ชนิดอื่นๆ เมื่อเนื้อปลาสุกมันจะแยกออกเป็นชิ้นๆตามมัดของกล้ามเนื้อเกี่ยวพัน ทำให้เนื้อปลานุ่ม และไม่เหนียวเหมือนเนื้อสัตว์อื่นๆ


ซึ่งวิธีการรับประทานเนื้อปลาให้มีประโยชน์ต่อร่างกายมากที่สุด ก็คือ “การนึ่ง” เพราะคุณจะได้สารอาหารจากเนื้อปลาล้วนๆ ไม่มีน้ำมัน หรือสารอื่นๆที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ทั้งนี้ทั้งนั้น บางคนก็ไม่ชอบรับประทานปลานึ่งด้วยเหตุผลเพราะไม่ชอบที่มัน “เหม็นคาว” และเลือกที่จะหันไปรับประทานปลาทอดที่กรอบอร่อยมากกว่า



แต่วันนี้เราอยากจะเชิญชวนให้คุณหันมาทานปลานึ่งกันให้มากขึ้น เพราะเรามีสูตรการนึ่งปลาไม่ให้เหม็นคาวมาฝาก วิธีการเป็นอย่างไรตามมาดูกันได้เลย

เคล็ดลับการนึ่งปลาไม่ให้คาว
1. เลือกของสด
ปลาที่จะนำมานึ่งควรจะต้องเป็นเนื้อปลาที่สดใหม่ และผ่านการล้างทำความสะอาดอย่างดี โดยวิธีดูว่าเนื้อปลาสดหรือไม่ให้ดูที่


– ตาปลา เปิดโตเต็มที่ ใส ไม่ลึกโบ๋หรือขุ่นเป็นสีเทา
– เกล็ด สีสดใสเป็นมันเงา แบนราบเสมอกัน ไม่แห้งหรือหลุดลอก
– หนัง ควรจะมีเมือกปลาคลุมอยู่ทั่วทั้งตัว และชุ่มชื้นอยู่ตลอดเวลา
– เหงือก ต้องมีสีแดงสด ไม่เขียวคล้ำ ครีบปิดสนิท
– เนื้อปลาไม่แข็งทื่อ เมื่อกดจะยืดหยุ่น มีสปริงเด้งกลับ ไม่บุ๋มตามรอยนิ้วมือ

2. ทาเนื้อปลาด้วยน้ำมะนาวและเกลือก่อนนึ่ง
การทาเนื้อปลาด้วยน้ำมะนาวและเกลือก่อนนำไปนึ่ง จะช่วยกำจัดกลิ่นคาวปลาได้เป็นอย่างดี หรือหากไม่สะดวกใช้น้ำมะนาว จะใช้เป็นน้ำส้มสายชูแทนก็ได้ นอกจากนี้ น้ำมะนาวหรือน้ำส้มสายชูที่ผสมรวมกับเกลือ จะช่วยรัดให้เนื้อปลาคงรูป ไม่แตก ไม่เละง่ายๆ ซึ่งมีผลให้เนื้อปลานึ่งน่ารับประทานมากยิ่งขึ้นด้วย


3. ต้องแน่ใจว่าน้ำเดือดจัด
ก่อนจะใส่ปลาลงไปนึ่ง จำเป็นต้องต้มน้ำให้เดือดจัดๆเสียก่อน และขณะนึ่งก็ต้องใช้ไฟแรงให้น้ำเดือดจัดเช่นกัน  เนื่องจากการใช้ไอน้ำที่ร้อนจากน้ำเดือดจะช่วยกำจัดกลิ่นคาวไม่ให้หลงเหลือในเนื้อปลาได้ และในระหว่างนึ่งก็ควรเปิดฝาหม้อให้ไอน้ำออกบ่อยๆ เพราะไอน้ำจะพากลิ่นคาวของปลาออกไปได้



4. ใช้สมุนไพรช่วย
สมุนไพรไทยบางชนิดสามารถช่วยดับกลิ่นคาวของปลาได้ โดยสมุนไพรที่แนะนำ ก็คือ ตะไคร้และหอมแดง ลองใส่สองสิ่งนี้ลงไปขณะนึ่งปลา สมุนไพรจะช่วยดับกลิ่นคาวปลาได้เป็นอย่างดี


หลังจากที่ทราบวิธีการนึ่งปลาไม่ให้คาวกันไปแล้วขอแถมเมนูอร่อยๆ อย่างเมนู “ปลากระพงนึ่งซีอิ้ว” กันสักหน่อย วิธีทำก็ไม่ยากดังต่อไปนี้ค่ะ

ส่วนประกอบ
1. ปลากระพง 1 ตัว
2. ซีอิ้วขาว 3 ช้อนโต๊ะ
3. น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
4. น้ำมันงา 1 ช้อนโต๊ะ
5. เหล้าจีน 1 ช้อนโต๊ะ
6. ขิงซอย 100 กรัม
7. ต้นหอมหั่นท่อน 3 ต้น
8. พริกชี้ฟ้าแดงหั่นแฉลบ 1 เม็ด



วิธีทำปลากระพงนึ่งซีอิ้ว
1. นำปลามาล้างทำความสะอาด ขอดเกล็ดควักไส้ออกให้เรียบร้อย แล้วบั้งปลาทั้ง 2 ด้าน ใส่จานหรือถาดสำหรับนึ่งพักไว้ก่อน
2. ผสมซีอิ้วขาว, น้ำตาลทราย, น้ำมันงา, เหล้าจีน  ให้เข้ากัน
3. นำส่วนผสมที่ได้ราดไปบนตัวปลา
4. เตรียมขิงซอย, ต้นหอมหั่นท่อน, พริกชี้ฟ้าแดงหั่นแฉลบ โรยบนตัวปลาอีกที
5. ตั้งไฟให้เดือดจัดก่อน   จากนั้นจึงใส่ปลาลงไปในหม้อนึ่ง อย่าลืมใส่ตะไคร้ทุบและหอมแดงลงไปด้วย
6. นึ่งปลาโดยใช้ไฟแรงประมาณ 30 นาทีจนปลาสุก


นอกจากปลากระพง สามารถใช้ปลาอื่นๆ แทนก็ได้ ไม่ว่าจะเป็น ปลาเก๋า ปลาทับทิม หรือปลาอะไรก็ได้ทั้งนั้น ถ้าๆได้สูตรนี้ไปล้ว รับรองว่าอร่อยเด็ด ไม่เหม็นคาวแน่ๆ

................................................
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก paicooker.blogspot.com และ urnurse.net



ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!(Like)

แจกสูตรไส้อ่อนย่าง + น้ำจิ้มแจ่ว รสเด็ด ไม่เหนียว เคี้ยวง่าย อร่อยมาก

แจกสูตรไส้อ่อนย่าง + น้ำจิ้มแจ่ว รสเด็ด ไม่เหนียว เคี้ยวง่าย อร่อยมาก


สิ่งที่ต้องเตรียม

1. ไส้อ่อน 350 กรัม

2. รากผักชี 2-3 ราก

3. กระเทียม กลีบเล็ก 1 หัว

4. พริกไทยป่น ½ ช้อนชา

5. ซอสหอยนางรม 2 ½ ช้อนชา

6. ซอสปรุงรส ฝาเขียว 2 ½ ช้อนชา

7. ซีอิ๊วขาว 2 ½ ช้อนชา

8. น้ำตาลทราย ½ ช้อนชา

9. เกลือป่น 1 ช้อนชา

10. ตะไคร้ 1 ต้น หั่นแล้ว บุบให้แตก

11. ใบมะกรูด 2-3 ใบ

12. น้ำเปล่า



วิธีการทำ

1. นำรากผักชี กระเทียม พริกไทยป่น มาโขลกให้ละเอียด เตรียมไว้ก่อน

2. จากนั้นนำไส้อ่อนมาล้างทำความสะอาด โดยขยำไส้อ่อนกับเกลือ แล้วนำไปล้างให้สะอาด 2-3 ครั้ง เสร็จแล้วพักไว้

3. ต้มน้ำเปล่า โดยใส่ตะไคร้ ใบมะกรูดและเกลือลงไปเพื่อดับคาว

4. ทำการต้มน้ำให้เดือดพล่านแล้วนำไส้อ่อนที่เราล้างเตรียมไว้ลงไปต้ม ต้มประมาณ 45 นาที

5. เมื่อไส้อ่อนที่ต้มนิ่มแล้วให้ตักขึ้นมาหั่นเป็นช่อๆ ใส่ชามผสมไว้

6. จากนั้นนำเอารากผักชี กระเทียม พริกไทยป่น ที่เราโขลกไว้ ลงไป ตามด้วยเครื่องปรุงซอสหอยนางรม ซอสปรุงรสฝาเขียว ซีอิ๊วขาว และน้ำตาลทรายลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน

7. ทำการหมักทิ้งไว้ 10-15 นาที

8. จากนั้นนำไส้อ่อน ที่ผ่านการหมักไว้มาย่างให้สุก คอยพลิกกลับด้านเรื่อยๆ ย่างให้ไส้อ่อนเกรียมนิดๆ แล้วหั่นไส้อ่อน เป็นชิ้นๆให้มีขนาดพอดีคำ



9. เพียงเท่านี้ก็พร้อมเสิร์ฟ แต่เดี๋ยวก่อนมีไส้อ่อนย่างแล้วจะขาดน้ำจิ้มแจ่วไปได้อย่างไร ตามมาดูในขั้นตอนต่อไป

สิ่งที่ต้องเตรียม(สำหรับน้ำจิ้มแจ่ว)

1. น้ำมะขามเปียก 3 ช้อนโต๊ะ

2. น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ

3. น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา

4. พริกป่น 2 ช้อนชา

5. ข้าวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ

6. หอมแดงซอย 2-3 หัว

7. ต้อนหอมซอย 1 ต้น

8. ผักชีฝรั่งซอย 1 ต้น



วิธีทำการทำ

1. นำน้ำมะขามเปียก น้ำปลา น้ำตาลทราย ผสมเข้าด้วยกัน

2. จากนั้นคนให้น้ำตาลทรายละลายจนหมด

3. ทำการใส่พริกป่น ข้าวคั่ว หอมแดงซอย ต้นหอมซอยและผักชีฝรั่งซอย ลงไปคนให้เข้ากัน

4. เพียงเท่านี้ก็เสร็จเรียบร้อย พร้อมเสิร์ฟคู่กับไส้อ่อนย่างร้อนๆแล้ว

หลังจากที่ได้อ่านกันแล้ว ก็ได้ทราบถึงสูตรเด็ดวิธีการทำไส้อ่อนย่าง + น้ำจิ้มแจ่ว รสเด็ดกันไปแล้ว ตอนนี้หลายๆคนคงน้ำลายไหลกันไปเป็นที่เรียบร้อย แล้วจะรออะไรอยู่จัดเตรียมวัตถุดิบและทำตามวิธีการทำด้านบนที่สุดแสนจะทำง่ายกันได้เลย รับรองเหนียวนุ่ม กลมกล่อม พอดีคำ



ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!(Like)

แจกสูตร..วิธีทำ “ไข่ลูกเขย” ครบทุกขั้นตอน!!

สูตรเด็ดเคล็ดไม่ลับกับการทำไข่ลูกเขย


สิ่งที่ต้องเตรียม

1. ไข่ไก่หรือไข่เป็ด 6 ฟอง

2. น้ำมะขามเปียก 3/4 ถ้วยตวง

3. น้ำตาล 1/4 ถ้วยตวง

4. น้ำปลา 1/4 ถ้วยตวง

5. น้ำมัน 1/4 ถ้วยตวง

6. หอมแดงซอยบางๆ 10-15 ลูก

7. ผักชี (สำหรับแต่งหน้าอาหาร)



วิธีการทำ
1. นำไข่ไก่หรือไข่เป็ดมาทำการต้ม จากนั้นให้แกะเปลือกไข่ออกและพักทิ้งไว้

2. ใส่น้ำมันในกระทะ ตั้้งไฟร้อนปานกลาง นำไข่ที่ต้มแล้วลงไปทอดจนผิวเริ่มกรอบและเป็นสีเหลือง เสร็จแล้วนำไข่มาพักทิ้งไว้

3. นำน้ำมันที่เหลือในกระทะ นำไปตั้งไฟ

4. ใส่หอมแดงลงไปทอดจนเหลืองกรอบ (ระวังไหม้) จากนั้นนำออกมาสะเด็ดน้ำมัน

5. นำน้ำมันส่วนที่เหลือจากการทอดไข่และเจียวหอมแดง นำไปตั้งไฟ

6. ใส่น้ำตาล, น้ำมะขามและน้ำปลา ปรุงรสจนได้รสชาติที่เราต้องการ (รสชาติดั้งเดิมจะมีรสหวานและเปรี้ยวพอๆกัน)

7. ทำการหั่นไข่ที่พักทิ้งไว้ในข้อ2 มาจัดเรียงไว้ในจาน

8. จากนั้นราดด้วยน้ำราดที่จัดทำไว้เรียบร้อยแล้ว โรยหน้าด้วยหอมเจียวและผักชี เท่านี้ก็พร้อมเสริฟ


หลังจากที่ได้อ่านกันแล้ว ไม่อยากใช่ไหมละกับการทำไข่ลูกเขยที่แสนอร่อย แถมวิธีการทำก็แสนง่าย แล้วเราจะรออะไรกันอยู่ จัดเตรียมวัตถุดิบและทำตาทวิธีการทำด้านบนกันได้เลย



ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!(Like)